เผยผลสำรวจเบาหวานน่าตกใจ คนไทยกว่า 2 ล้านคนไม่รู้ตัวว่าป่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247521

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลสำรวจเบาหวานเผยคนไทยกว่า 2 ล้านคน ไม่รู้ตัวว่าป่วย ปล่อยละเลย เสี่ยงตายปีละ 7 หมื่นกว่าคน แพทย์แนะให้ใส่ใจหมั่นติดตามระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งก่อนและหลังทานอาหาร

บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน “สู้กับโรคเบาหวานอย่างเท่าทัน หมั่นติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ” โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ จากศูนย์โรคเบาหวานและไทรอยด์ โรงพยาบาลเทพธารินทร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคเบาหวานในปัจจุบัน รวมถึงวิธีการปฏิบัติดูแลตนเองของผู้เป็นเบาหวาน และแนวทางใหม่ในการรักษาโรค โดยใช้นวัตกรรมที่ผู้เป็นเบาหวานสามารถนำมาใช้ดูแลตนเองได้ ด้วย “เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง” และ “แอพพลิเคชั่นแสดงผลค่าน้ำตาล” เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาอันเกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่ผู้เป็นเบาหวาน

นายแพทย์เอกลักษณ์  วโนทยาโรจน์

นายแพทย์เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ จากศูนย์โรคเบาหวานและไทรอยด์ โรงพยาบาลเทพธารินทร์ เผยว่า จากข้อมูลที่รวบรวมโดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation – IDF) เมื่อเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2558 พบว่า มีจำนวนผู้เป็นเบาหวานทั่วโลกกว่า 415 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นไปถึง 600 กว่าล้านคน ในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเอเชียเป็นหนึ่งทวีปที่มีคนเป็นเบาหวานมากที่สุดในโลก สำหรับประเทศไทย มีผู้เป็นเบาหวานจำนวนถึง 4,025,100 ราย และในจำนวนนี้มีผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็น อยู่ประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งหมายความว่า ปัจจุบันผู้เป็นเบาหวานที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลมีอยู่แค่ครึ่งเดียว ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน จึงทำให้ไม่ได้รับการรักษา ส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้ รอจนเกิดโรคแทรกซ้อน ถึงจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษา ปัจจุบันพบว่า มีอัตราผู้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากโรคเบาหวานมากถึงปีละเกือบ 76,000 คน และจากรายงานยังพบว่า เด็กอายุเพียงแค่ 5 ขวบ ก็ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ เพราะเบาหวานแล้ว

ทั้งนี้ โรคเบาหวานเกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ เกิดจากกรรมพันธุ์และการใช้ชีวิตที่ขาดสมดุล โดยเฉพาะการ
รับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้ว บางคนยังไม่ทราบว่าการรักษาต้องมีการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

“คนส่วนใหญ่คิดว่าการเจาะเลือดเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเลยไม่ได้เจาะเลือด หรือคนที่เจาะเลือดอยู่แล้วมักเลือกเจาะแต่ตอนเช้า
เพียงอย่างเดียว พอเห็นค่าออกมาปกติ ก็ไม่ได้ติดตามค่าน้ำตาลหลังมื้ออาหารในวันนั้นอีก แต่พอวันรุ่งขึ้นพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ก็ค่อยมาคุมอาหาร ซึ่งเป็นการดูแลที่ปลายเหตุ แต่การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่แนะนำ คือ การตรวจเลือดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร เพราะจะได้รู้ว่าค่าน้ำตาลที่สูงนั้น มีเป็นผลมาจากอาหารชนิดใดที่รับประทานเข้าไปหรือไม่ ทำให้ผู้เป็นเบาหวานระวังตัวดีขึ้น และไม่รับประทานชนิดนั้นๆ อีก หรือต้องลดปริมาณลงในครั้งต่อไป ซึ่งจะเป็นการควบคุมน้ำตาลที่มีประสิทธิภาพมากกว่า”

เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตัวช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

อีกทั้ง นายแพทย์เอกลักษณ์ ยังเผยถึงแนวทางการรักษาใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในทวีปยุโรปและอเมริกาว่า การดูแลรักษาตนเองของผู้เป็นเบาหวานที่ดีที่สุดนั้น คือการส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานมีศักยภาพในการดูแลตนเอง และการสอนให้
ผู้เป็นเบาหวานติดตามระดับน้ำตาลด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอและแปรผลน้ำตาลได้ด้วยตนเอง ซึ่งตรงนี้เป็นการส่งเสริมให้
ผู้เป็นเบาหวานมีศักยภาพในการดูแลตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ แนวทางการรักษาจากองค์กรระดับโลกต่างๆ ทั้ง สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) และสมาคมโรคเบาหวานสหรัฐอเมริกา (American Diabetes. Association; ADA) ต่างให้คำแนะนำว่าผู้เป็นเบาหวานควรจะทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ (Self – Monitoring of Blood Glucose) ทั้งก่อนและหลังอาหาร เพื่อจะได้ทราบถึงที่มาของค่าน้ำตาลจากอาหารที่รับประทานเข้าไปและเป็นแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ทำให้สามารถคุมเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และเมื่อถึงเวลาตรวจตามนัด แพทย์จะทำการตรวจน้ำตาลแบบ A1C เพื่อนำมาประเมินควบคู่กับผลตรวจรายวันของผู้เป็นเบาหวาน ก็จะได้ค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลที่แม่นยำยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันผู้เป็นเบาหวานที่เจาะเลือดทุกวันจะต้องทำการบันทึกค่าน้ำตาลและอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อในสมุดบันทึก ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลยังคงมีความยุ่งยากและอาจสูญหายได้ง่าย ด้วยเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ที่ช่วยให้การใช้งานในทุกๆ วันของผู้เป็นเบาหวานง่ายขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นเสริมที่ผู้เป็นเบาหวานสามารถเลือกที่จะถ่ายโอนข้อมูลค่าน้ำตาลไปยัง “แอพพลิเคชั่นแสดงผลค่าน้ำตาล” ผ่านระบบบลูทูธ เพื่อให้การดูแลโรคเบาหวานของผู้ป่วยสะดวกและง่ายดายขึ้น”

Leave a comment