คลอดแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง l รองรับพื้นที่เพาะปลูก10.35ล้านไร่-หนุนลดทำนาปรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246258

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้กำหนดแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2559/2560 เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานทั่วประเทศ คิดเป็นปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 31,245 ล้านลูกบาศก์เมตร
(ลบ.ม.) สามารถสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศได้ประมาณ 10.35 ล้านไร่ ประกอบด้วย ข้าวนาปรัง 3.91 ล้านไร่
พืชไร่-พืชผัก 0.65 ล้านไร่ พืชอื่นๆ 3.57 ล้านไร่ รวมกับพื้นที่ส่งเสริมให้ปลูกพืชทดแทนข้าวนาปรังในเขตชลประทาน
ทั่วประเทศอีก 2.22 ล้านไร่ ตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายการปรับลดพื้นที่การทำนาปรังในเขตชลประทาน เพื่อให้ผลผลิตเหมาะสมกับความต้องการของตลาดและสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชหลากหลายและพืชปุ๋ยสด ทดแทนการทำนาปรัง

สำหรับในพื้นที่ชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2559/60 ด้วยการใช้น้ำจากเขื่อนหลัก 4 แห่ง(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. 2559-30 เม.ย. 2560 ตามมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมกันเป็นจำนวน 9,704 ล้านลูกบาศก์เมตร แยกเป็นการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร การรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 1,450 ล้านลูกบาศก์เมตรและการเกษตร 3,400 ล้านลูกบาศก์เมตร และสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2560 อีก 3,754 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในส่วนของการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรนั้น ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาไว้รวมกันประมาณ 5.03 ล้านไร่ ประกอบด้วย ข้าวนาปรังประมาณ 2.60 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.08 ล้านไร่ พืชอื่นๆ 0.97 ล้านไร่ และพืชที่ได้ส่งเสริมให้เพาะปลูกแทนข้าวอีกประมาณ 1.38 ล้านไร่

อนึ่ง ในส่วนของเขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ไม่สามารถสนับสนุนการใช้น้ำในภาคการเกษตรได้ จำเป็นต้องวางแผนการจัดสรรน้ำอย่างรัดกุม สำหรับเฉพาะการใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ เท่านั้น มีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่
เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแชะ จ.นครราชสีมา เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ไม่สามารถสนับสนุนการทำนาปรังได้ คงเหลือน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ และพืชใช้น้ำน้อย จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา

Leave a comment