ชาวนายิ้มถ้วนหน้า ครม.อนุมัติสินเชื่อ อุ้มข้าวเหนียวด้วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245972

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชาวนายิ้มถ้วนหน้า

ครม.อนุมัติสินเชื่อ

อุ้มข้าวเหนียวด้วย

เท2หมื่นล.ปล่อยกู้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบทบทวนโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวการปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2559/60 (เพิ่มเติม) โดยเป็นการขยายกรอบการดำเนินงานให้ครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้จากเดิมครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ และข้าวเปลือกเจ้าเท่านั้น

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี (ข้าวเหนียว) ปีการผลิต 2559/60นั้นจะอยู่ในกรอบเดียวกับที่ได้ดำเนินโครงการของข้าวหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า จำนวน 2 ล้านตันข้าวเปลือก โดยมีระยะเวลาให้สินเชื่อ ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2559 – 28 ก.พ. 2560 ขณะที่ภาคใต้ให้ขยายระยะเวลาดำเนินการออกไปเป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค. 2560โดยข้าวเหนียวที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีความชื้นไม่เกิน 15% และสิ่งเจือปนไม่เกิน 2% ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จะให้สินเชื่อในอัตราไม่เกิน 90% ของราคาตลาด จากราคาตลาดเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 1.05 หมื่นบาทต่อตัน ดังนั้นเกษตรกรจะได้รับวงเงินสินเชื่อ อยู่ที่ 9,500 บาทต่อตัน

นอกจากนี้เกษตรกรจะได้รับค่าเก็บรักษาข้าวเปลือกอีกตันละ 1,500 บาท โดยจ่ายเป็นค่าเตรียมข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการในวันเบิกรับเงินกู้ 1,000 บาท และจะจ่ายเพิ่มอีก 500 บาท ในวันที่ไถ่ถอนข้าวเปลือกจากการเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 30 วัน ทำให้ในส่วนนี้ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งสิ้น 2.37 หมื่นล้านบาท และวงเงินค่าใช้จ่ายอีก 3,970 ล้านบาท

สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ซึ่งกำหนดวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกเหนียวทุกจังหวัดทั่วประเทศ อยู่ที่ตันละ 2,000 บาท (กำหนดไร่ละ 800 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่) หรือไม่เกินครัวเรือนละ 1.2 หมื่นบาท จะใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 1.24 หมื่นล้านบาท โดยให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่าย และรัฐบาลจะชดเชยต้นทุนเงินในอัตราFDR+1 (ปัจจุบัน FDR อยู่ที่ 1.225% ต่อปี)

อย่างไรก็ตามในส่วนมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ที่ดำเนินการมา 3 โครงการ (ข้าวหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว) ใช้วงเงินดำเนินการรวมทั้งสิ้น4.1หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกโครงการ อยู่ที่ 3.08 หมื่นล้านบาท และมีวงเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น 5,670 ล้านบาท

นายณัฐพร ยังกล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังมีมติอนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 2,000 แปลง แปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท กรอบวงเงินสินเชื่อจำนวน 20,000 ล้านบาท ให้กับกลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ที่ได้รับสินเชื่อจากโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปี 2559/2560 แล้ว โดยให้สามารถใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนพ.ย.2559-เดือนเม.ย.2570

ทั้งนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อแปลงละไม่เกิน 10 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.01 ต่อปีตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ขณะที่ระยะเวลาการชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปีนับตั้งแต่วันที่กู้ คือตั้งแต่ เดือนธ.ค.2559-เดือนธ.ค.2564  และให้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ธ.ก.ส.ในอัตราร้อยละ 3.00 ต่อปี หรือจำนวน 3,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังประชุมครม.ว่า รัฐบาลมีแผนที่จะแก้ไขปัญหาเกษตรแบบครบจงจรและยั่งยืนโดยปี60-61จะมุ่งเน้นเชิงโครงสร้าง ซึ่งรัฐบาลได้พยายามทำเกษตรแปลงใหญ่ รัฐวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐ และจะส่งเสริมให้ทำยุ้งฉางขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้จะวางแผนเชื่อมโยงสร้างไซโลต่อในอนาคต เพื่อเก็บรักษาได้ในระยะเวลานาน แต่เป็นของประชาชน โดยร่วมกับภาคเอกชนแบบประชารัฐ ส่วนธุรกิจเอกชนก็ทำของตัวเองไป สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก สามารถถ่วงดุลราคาในวันข้างหน้า ตนคิดแบบนี้ไม่ใช่แต่จะให้เงิน เพราะไม่ยั่งยืน แต่มันก็จำเป็นเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้มีปัญหาทั้งโลก

ขณะที่นายโกศล เทียนเสมอ ชาวนาอายุ33 ปี ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้ปัญหาราคาข้าวหอมมะลิ ยังตกต่ำมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยชาวนาจ.สุรินทร์ ยังขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีรับซื้อในราคากิโลกรัมละ6 บาทเหมือนช่วงเดือนก่อน ไม่ได้ราคาดีขึ้นอย่างที่หน่วยงานภาครัฐกล่าวอ้างว่าหลังจากรัฐบาลมีโครงการรับจำนำยุ้งฉางชะลอปริมาณข้าวออกสู่ตลาดแล้วทำให้ราคาขยับตัวขึ้นแต่อย่างใด

“ชาวนาอยู่ในช่วงกำลังจะเก็บเกี่ยว ถ้าราคาข้าวหอมมะลิ 105 ยังเป็นอย่างนี้ ทั้งทุ่งกุลา คงร้องไห้กันจริงๆ ตอนนี้จึงมีการเริ่มปรับตัวรวมกลุ่มกันสีข้าวหอมมะลิ 100%ใส่ถุงจำหน่าย 5 กก.150 บาท วางขายตามปั้มน้ำมัน ทำให้ได้ราคามากขึ้น แต่ยังมีข้าวที่กำลังออกมาอีกมาก จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ ลงไปช่วยรับซื้อข้าวสารโดยด่วน ได้ที่เบอร์โทร 086-3590137 ผมเป็นตัวกลางให้กับชาวนาของอำเภอรัตนบุรี จ.สุรินทร์ “นายโกศล กล่าว

Leave a comment