ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245693
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้ประเมินผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงานเกษตร พบว่า ในปีงบประมาณ 2558 ที่ผ่านมา สามารถสร้างช่างเกษตรท้องถิ่นได้ 3,305 ราย และพัฒนาความรู้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเครื่องจักรกลการเกษตรในชุมชน 107 ราย สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 104.09 และ 107 ตามลำดับ
สำหรับกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง 12 จังหวัด ซึ่งเป็นเกษตรกรในกิจกรรมสร้างช่างเกษตรท้องถิ่น 285 ราย และผู้ประกอบการในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรชุมชน 49 ราย พบว่า ก่อนร่วมโครงการ เกษตรกรที่ผ่านการอบรมช่างเกษตรท้องถิ่นร้อยละ 78 มีความรู้พื้นฐานการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรเบื้องต้นอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการชำรุดเสียหายของเครื่องจักรกลการเกษตร ยังต้องใช้วิธีจ้างช่างทั้งในและนอกชุมชนซ่อม ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยช่างท้องถิ่นระดับ 1 มีค่าใช้จ่ายในการจ้างซ่อมเฉลี่ย 2,129.13 บาท/เครื่อง/ปี
อย่างไรก็ตาม หลังอบรมเกษตรกรร้อยละ 94 นำความรู้ไปปฏิบัติใช้ ทั้งการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตรของตนเอง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,373.04 บาท/เครื่อง/ปี หรือสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการจ้างซ่อมลงได้ 756 บาท/เครื่อง/ปี ส่วนช่างเกษตรท้องถิ่นระดับ 2 และ 3 สามารถให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรให้เกษตรกรข้างเคียง ทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายจากการนำเครื่องยนต์ไปซ่อมนอกพื้นที่ได้เฉลี่ย 1,477 บาท/ราย/ปี
สำหรับกิจกรรมพัฒนาศักยภาพธุรกิจฯ ผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมใน 3 หลักสูตร ได้แก่ การเพาะกล้า/ดำนาข้าว การเก็บเกี่ยวข้าว และการสีข้าว มีศักยภาพในการให้บริการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20 ราย/ปี มีผลประกอบการ (กำไร) เพิ่มขึ้น 35,917 บาท/ปี และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ลดลง 36,209 บาท/ปี
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานในระยะต่อไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อมด้านเครื่องจักรและมีความสนใจเรียนรู้ทางด้านช่าง ในการฝึกปฏิบัติจริงควรใช้เครื่องจักรที่ชำรุดมาเป็นเครื่องมือในการฝึก นอกจากนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน ควรดำเนินการลักษณะศูนย์บริการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตรในหมู่บ้าน ให้เกษตรกรที่มีศักยภาพเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการ รวมทั้งผลักดันให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการสร้างงานให้คนในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย