ปลื้ม!’ฝนหลวง’ในหลวงรัชกาลที่9 สร้างความชุ่มชื่นแผ่นดินจอร์แดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246710

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.59 น.

28 พ.ย.59 นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร , นางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้แทนจากกรมเอเชียใต้ ผู้แทนเอกอัคราชฑูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน และคณะ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนโครงการการดัดแปรสภาพอากาศโดยเทคโนโลยีฝนหลวง ระหว่างไทยกับจอร์แดน ณ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน

โดย นายสุรสีห์ กล่าวว่า คณะฝ่ายไทยได้หารือในกรอบเอ็มโอยูความร่วมมือทางวิชาการ ทดลองวิจัย และพัฒนาให้สัมฤทธิ์ผล โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ทางจอร์แดนสามารถปฎิบัติทำฝนหลวงได้ด้วยตนเอง ซึ่งฝ่ายจอร์แดน มีผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตร กระทรวงน้ำและการชลประทาน กระทรวงวางแผนและความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมอุตุนิยมวิทยา กองทัพอากาศ เพื่อเห็นชอบในแผนการปฏิบัติการภายใต้ความร่วมมือระหว่างปี 2559 – 2562 สรุปผลใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.บุคลากรของจอร์แดนมีความรู้ด้านเทคโนโลยีการปฏิบัติการฝนเทียม ด้วยการฝึกอบรมและศึกษาดูงานที่ไทย ซึ่งทางฝ่ายไทยได้มีการจัดอบรมให้ไปแล้ว จำนวน 3 ครั้ง และหากทางจอร์แดนมีความประสงค์เข้ารับการอบรมเพิ่มเติมหรือศึกษาดูงาน ทางฝ่ายไทยก็พร้อมที่จะดำเนินการให้ตามความจำเป็น

2.การสาธิตปฏิบัติการทำฝนในประเทศจอร์แดน โดยฝ่ายไทยได้ไปดำเนินการทดลองทำฝนหลวงแล้วเดือน มี.ค.59 3.วัสดุอุปกรณ์และสารฝนหลวงมีความพร้อมใช้งาน โดยจอร์แดนดำเนินการตามคำแนะนำของไทย 4.การทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยีฝนหลวงในจอร์แดน ซึ่งโดยฝ่ายจอร์แดน กำหนดขึ้นบินทำฝนหลวงอย่างน้อย 10 ครั้งต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยวิเคราะห์สภาพอากาศแล้วมีความชื้นเหมาะสมที่จะขึ้นบินปฎิบัติการได้ ซึ่งมีทีมนักบิน นักวิทยาศาสตร์ และเครื่องบินของกองทัพอากาศของจอร์แดนที่มีศักยภาพพร้อมเพิ่มปริมาณน้ำทุกกิจกรรมและสร้างความชุ่มชื้นให้กับประเทศจอร์แดน เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพราะมีฝนตกน้อยมาก และ 5.มีระบบการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพ ตั้งคณะทำงานในระดับต่างๆ ทั้งสองฝ่าย และมีการรายงานผลงานเป็นระยะ โดยฝ่ายไทยมีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในวันจันทร์นี้ด้วย

นายสุรสีห์ กล่าวว่า ประเทศไทยเคยประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพัฒนาเทคโนโลยีสร้างฝนหลวงช่วยราษฎรไทย และถ่ายทอดให้กับประเทศต่างๆ นำไปบรรเทาภัยแล้งได้ผล ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสร้างฝนเทียมเขตร้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดำเนินงานโครงการทดลองด้วยเทคนิคที่ล้ำสมัยมาอย่างต่อเนื่อง

Leave a comment