ร้อยใจภักดิ์ถวายบังคม‘ในหลวง ร.9’ บุญยิ่งใหญ่ที่ได้‘กราบพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247807

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ด้วยความอาลัยรักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทำให้ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพณ พระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย

นับตั้งแต่ วันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่สำนักพระราชวัง เปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ระหว่างเวลา 08.00-21.00 น. มีประชาชนมารอเข้าคิวตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของทุกวัน โดยสำนักพระราชวังได้เปิดให้พสกนิกรเข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ วันละไม่เกิน 40,000 คน

สิ่งที่พสกนิกรไทยกล่าวเหมือนกันเสมอ คือ “พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น” ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนประชาชน แม้แต่ในท้องถิ่นทุรกันดารในชนบท เพื่อทรงรับทราบปัญหา และทรงช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหา ก่อให้เกิดโครงการอันสืบเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย

บริเวณพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง นอกจากผู้ที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพแล้ว ยังมี “จิตอาสา” จากหลากหลายองค์กร รวมตัวกันช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาถวายความอาลัย “ธารน้ำใจ” หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ซึ่งจิตอาสาเหล่านี้ต่างมาเพราะต้องการ “เดินตามรอยพ่อ” ที่ทรงสอนประชาชนของพระองค์เสมอว่า…

“จงให้มากกว่ารับ”!!!

ในทุกวัน ภาพประทับใจหนึ่งสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น คือ แม้จะต้องใช้เวลานานเพียงใดในการที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ อย่างเร็ว 4-5 ชั่วโมง อย่างช้า 9-10 ชั่วโมง บางวันมีแสงแดดแรงจนอากาศร้อนอบอ้าว บางวันมีฝนตกหนัก ทุกคนที่มารอคอยต่างไม่เคยบ่นว่าท้อหรือเหนื่อย มีเพียงแต่คำพูดว่า…

ถือเป็น “บุญครั้งยิ่งใหญ่” ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มา “กราบพ่อ”!!!

กัลยา จันทร์คง

“กัลยา จันทร์คง” อายุ 50 ปี ชาว จ.พัทลุง เป็นหนึ่งใน “ลูกของพ่อ” ที่มารอคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง กล่าวว่า มารอคิวตั้งแต่เวลา 04.00 น. ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มาต่อคิวเข้าแถวกราบถวายบังคมพระบรมศพ เพราะ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เป็นที่รักของประชาชน ทำทุกอย่างเพื่อแผ่นดิน เพื่อประชาชนคนไทย สิ่งที่ท่านได้ทำไว้ให้ นั้นคือคำตอบว่าทำไมประชาชนถึงเดินทางเข้ามากราบ “พ่อหลวง” อย่างเนืองแน่น

“ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าเพียงใดในการเดินทางมา ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ คนที่มารอเข้าแถวต่อคิวทุกคนมาด้วยใจที่รักในหลวงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ภาคไหนทุกคนก็อยากเดินทางมา”

“กัลยา” กล่าวอีกว่า ตนพร้อมที่จะน้อมนำพระราชดำรัสเรื่อง “ความพอเพียง” มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะการใช้ชีวิตโดยไม่มีความโลภ มีสติ มีความพอดี มีน้อยใช้น้อย มีความสุขกับสิ่งที่มี เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ยุพิน มีเสน

เช่นเดียวกับ “ยุพิน มีเสน” อายุ 71 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ที่มารอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ที่เปิดเผยความรู้สึกว่า ทุกคนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพ มีความจงรักภักดีต่อ “พ่อหลวง” ท่านคือทุกอย่างของคนไทย พระมหากรุณาธิคุณของท่านหาที่เปรียบมิได้ ตนรู้สึกซาบซึ้งใจ และมีความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นการได้ใกล้พระองค์ท่านครั้งแรกตอนท่านสวรรคตแล้วก็ตาม คำสอนของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่ตนยึดมั่นนำไปปฏิบัติ ซึ่งเกิดผลดีทั้งต่อตัวบุคคลที่ปฏิบัติ และต่อสังคมโดยรวม คือ “ประหยัด-อดออม”

“สิ่งที่ท่านทรงสอนให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า และจะมีผลดีแก่ประเทศชาติด้วย เนื่องจากทำให้เรารู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น เมื่ออยู่อย่างพอเพียงไม่ใช่จ่ายฟุ่มเฟือย ผลที่ได้มาภายหลังคือการมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น”

วนิดา เกิดสุข

ไม่ต่างจาก “วนิดา เกิดสุข” อายุ 40 ปี ชาว จ.กระบี่ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงย้ำเสมอให้คนไทย “รู้รักสามัคคี” รักใคร่ปรองดองกัน ไม่แตกแยก และที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงงานหนักมามาก ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือทำในสิ่งที่พระองค์ทรงสอนไว้

วรรณภา หมื่นอักษร

ในการเข้าร่วมพิธีถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง มีประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลายภูมิลำเนา รวมถึง “หลากหลายช่วงวัย” ดัง “ด.ญ.วรรณภา หมื่นอักษร” หนูน้อยวัย 10 ปี ชาว จ.นนทบุรี ที่แม้จะเกิดและเติบโตไม่ทันได้เห็นช่วงเวลาที่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงงาน แต่ได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจมากมายที่พระองค์ได้ทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทย จึงรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสมากราบพระองค์ท่าน “เป็นครั้งสุดท้าย”

“หนูเศร้าและเสียใจมาก แต่ก็ดีใจที่ได้มากราบพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย แม้หนูจะไม่ได้เห็นพระองค์ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ หนูมา 2 ครั้งแล้ว ถึงอากาศจะร้อนหนูก็อยากมา เพราะอยากมาส่งพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย หนูจะนำคำสอนของพระองค์มาใช้
คือ การประหยัด ใช้จ่ายเงินอย่างรู้ค่าของเงิน อีกอย่างหนูจะได้รู้จักการออม และทำหน้าที่ของเด็กในวันนี้ ให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า”

จากที่ได้สัมผัสกับประชาชนที่มารอเข้าคิวนั้น จะเห็นได้ว่าทุกคนมาด้วย “ความรัก” แม้จะเป็นคำเพียงสั้นๆ แต่ความหมายสุดเกินจะบรรยายออกมาได้ เพียงแค่มองตากันก็สามารถรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ทุกคนมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช…

ทุกคนมาด้วยใจ…

มาด้วย “ความจงรักภักดี” อย่างแท้จริง!!!

……………………………..

สุชาดา วันทอง

Leave a comment