มลภาวะคือ ศัตรูตัวร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248599

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทราบหรือไม่ว่าภาวะของสิ่งแวดล้อมที่มีสารมลพิษ (Pollutants) หรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ ปะปนอยู่ปริมาณมากเกินมาตรฐานกำหนด หรือที่เรียกกันว่า มลภาวะหรือมลพิษจากสิ่งแวดล้อม (Pollution Environment) สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะมลภาวะทางอากาศ ที่น่าจะเป็นศัตรูตัวร้ายที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ที่ส่งผลทั้งในด้านระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบภูมิต้านทาน การทำงานของสมอง หัวใจ รวมไปถึงผิวหนัง

จากประเด็นนี้ เภสัชกรหญิงลักษณา ทรัพย์ชูกุลผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ลา โรช-โพเซย์ และการดูแลผิวพรรณ ให้ข้อมูลว่า มลภาวะทางอากาศไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของแข็ง ของเหลว (อนุภาคมวลสาร) หรือก๊าซ ล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายของคนเรา ไม่เพียงแต่ระบบการทำงานภายในร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อผิวหนังของเราด้วย เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นจะขอแยกมลภาวะทางอากาศออกเป็น 2 อย่าง คือ 1.สารอนุภาคละอองฝุ่น ฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือเทียบง่ายๆ คือ เล็กกว่าขนาดเส้นผม 100 เท่า ด้วยอนุภาคขนาดที่เล็กฝุ่นละออง จึงสามารถผ่านเข้าไปยังเซลล์ผิวหนังและไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับผิวหนัง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิว เกิดเป็นสิว ริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าหมองคลํ้า เกิดจุดด่างดำได้

2.ก๊าซและไอระเหย สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่รวมตัวกับสารประกอบออกไซด์ของไนโตรเจน โดยมีแสงจากดวงอาทิตย์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เกิดเป็น “ปฏิกิริยาโฟโตเคมิคัล”หรือที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์หมอกพิษ” ก่อให้เกิดเป็นก๊าซโอโซนที่ส่งผลต่อสุขภาพผิว โดยก๊าซนั้นจะไปรวมตัวกับผิวชั้นบนสุดของผิวชั้นหนังกำพร้า ทำให้ผิวเกิดการสูญเสียปราการปกป้องผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวบอบบางระคายเคือง และ เกิดปัญหาผิวแพ้ง่าย

เคล็ดลับการปกป้องผิวบอบบางระคายเคืองง่ายๆ ให้ห่างไกลจากมลภาวะ มี 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ 1.ทำความสะอาดผิว (Purify) ด้วยเทคนิคง่ายๆ คือ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่สามารถทำความสะอาดนํ้ามันเคลือบผิวส่วนเกิน และขจัดอนุภาคละอองฝุ่น ซึ่งมักเกาะและตกค้างบนผิวเราให้เหลืออยู่น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทผิว โดยล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ และขณะล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ ไม่ควรสครับใบหน้าบ่อยๆ ที่สำคัญควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่อ่อนโยนเหมาะกับผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

2.ขั้นตอนการบำรุงผิว(Reinforce) จากการศึกษาพบว่าผิวที่ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำมีประสิทธิภาพในการเสริมปราการผิวให้แข็งแรงได้ดีมากขึ้น 15% เมื่อเทียบกับผิวที่ไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซี่งเป็นอีกหนึ่งในการช่วยเสริมเกราะป้องกัน เสมือนเป็นกำแพงปกป้องผิวเราจากมลภาวะได้ เพราะการบำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์จะช่วยฟื้นบำรุงผิว รักษาสมดุลของนํ้าและนํ้ามันในผิว ช่วยเสริมปราการปกป้องผิว จึงทนต่อมลภาวะที่จะมารบกวนและทำลายผิวได้ แต่ก็ควรใส่ใจในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับประเภทและปัญหาผิว

3.ขั้นตอนการปกป้องผิวจากแสงแดด (Protect) ด้วยผลิตภัณฑ์กันแดด ซึ่งนอกจากปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ และรังสียูวีบี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยลึกจากแสงแดดแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวเราจากมลภาวะ (Anti-Pollution) ได้ด้วย โดยมีการศึกษาที่พบว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดสามารถช่วยยับยั้งอนุภาคละอองฝุ่นไม่ให้มายึดเกาะสัมผัสติดที่ผิวโดยตรงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเคลือบบนผิว ทำให้อนุภาคละอองฝุ่นไม่ตกลงสู่ร่องผิว ซึ่งในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์กันแดดออกมาให้เลือกหลายรูปแบบ เราควรเลือกให้เหมาะสม ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดให้ทั่วผิวหน้าและลำคอก่อนออกแดด 30 นาที เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการปกป้องเท่าที่ผลิตภัณฑ์ระบุไว้และทาผลิตภัณฑ์กันแดดซํ้าทุก 2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่อยู่กลางแดดนานๆ

Leave a comment