ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249520
วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“ป่า” เปรียบเสมือนชีวิตและลมหายใจ เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารให้แก่คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะป่าชายเลนที่นับว่ามีความสำคัญ นอกจากจะเป็นหน้าด่านสำคัญในการป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะหน้าดินแล้ว ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา และเพื่อดำเนิน รอยตามแนวทางในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการขยายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้ประเทศไทย กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ สานต่อโครงการเพื่อสังคม Beger Be Happy สีเบเยอร์สีแห่งความสุข ปี 3 ภายใต้กิจกรรม ปลูกป่าตามรอยพ่อ สานต่อรวมพลังรักษ์ป่า
งานนี้ อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ แห่ง “กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์” นำทีมผู้บริหารและพนักงานกว่า 1,000 ชีวิต ลงพื้นที่ปลูกต้นโกงกางใบเล็กเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าและผืนแผ่นดิน พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์ปลาให้เป็นแหล่งอาหารในอนาคต ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันก่อน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข และอิ่มเอมใจที่มีโอกาสได้สานต่อในสิ่งที่พ่อทำ

จ๋า-อมรรัตน์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ว่า “เบเยอร์เราจะมีโครงการตอบแทนสังคมที่เราทำทุกปีคือ Beger Be Happy ซึ่งปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยครั้งนี้เรามีปณิธานที่จะเดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็เลยมองว่ามีโครงการอะไรบ้างที่ เราสามารถสานต่อและทำดีได้ ซึ่งจะต้องไม่ใช่แค่นึกถึงพระองค์ท่านเพียงอย่างเดียว แต่เราก็อยากนำแนวพระราชดำริ และโครงการที่พระองค์ท่านทำอยู่ มาสานต่อ จึงมีแนวคิดว่าโครงการปลูกป่าชายเลนก็เป็นโครงการหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงสนับสนุน และท่านทรงพระราชดำริ มานานมากแล้ว ดังนั้นเราจึงชวนพนักงานทั้งหมด 1,800 ชีวิต มาช่วยกันปลูกป่าชายเลน
เพื่อเพิ่มเนื้อที่ป่ามันจะได้คงอยู่ ต่อไปตามแนวพระราชดำริ โดยเลือกมาที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน เนื่องด้วยที่นี่เป็นหมู่บ้านที่ มีกิจกรรมปลูกป่าชายเลน และก็มีการพัฒนาอย่างชัดเจน และเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปถัมภ์ดูแลอยู่ เราคิดว่าการมาที่นี่จะทำให้กิจกรรมสานต่อโครงการของพ่อครั้งนี้ได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากการปลูกป่าชายเลนแล้วยังมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงทะเล เพื่อเป็นแหล่งอาหารต่อไปในอนาคตด้วย”

ด้าน ปภัสร์พงษ์ รัตนพงศ์ธระ ผู้จัดการศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน บอกว่า “ต.คลองโคน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ การปลูกป่าชายเลนช่วยยึดหน้าดินเพิ่มพื้นที่แผ่นดินให้ประเทศไทย ทั้งนี้ ป่าชายเลนเป็นไม้ยืนต้นอยู่ได้ถึงร้อยปี เมื่อเค้าอายุได้ประมาณ 20 ปี เค้าก็จะสามารถขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ สำหรับต้นไม้ที่ทุกท่านได้ลงมือปลูกในครั้งนี้คือต้นโกงกางใบเล็ก ซึ่งต้นโกงกางมีรากเยอะ ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่ารากของพวกเค้าจะไม่เหมือนต้นอื่นๆ รากของเค้าจะแตกแขนง จึงเป็นตัวช่วยยึดหน้าดิน เปรียบเสมือนกำแพงช่วยกันคลื่นกันลม อีกทั้งยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าชายเลน มาช่วยกันปลูกป่าเพื่ออนาคตของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อช่วยระบบนิเวศน์ ลดโลกร้อนของเรา”
