ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249524
วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยสถานการณ์ของโรคกระดูกและข้อ รวมไปถึงกระดูกสันหลังในประเทศไทย มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มสูงขึ้นแม้จะไม่มีการเก็บสถิติไว้อย่างชัดเจนแต่ด้วยวิถีชีวิตของคนโดยเฉพาะวัยทำงานที่จะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ และอาการเจ็บป่วยด้วยโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติโดยกำเนิด ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไม่มีความสุข ในความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นมักจะไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนอาจมีแค่อาการปวดเท่านั้น แต่อาจส่งผลร้ายในระยะยาวกับสุขภาพได้ เพื่อหาแนวทางวินิจฉัยโรคได้อย่างตรงจุด ด้วยเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS)
นายแพทย์ปรเมษฐ์ เจริญธนากร ผู้อำนวยการสถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า กระดูกมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมากเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นเปลี่ยนไป ย่อมมีสัญญาณที่จะเตือนว่า ควรจะแก้ไข ใส่ใจกับอวัยวะเหล่านั้นเพราะทุกส่วนของร่างกายส่งผลเชื่อมโยงต่อส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางของร่างกาย หากมีปัญหาอาการคด เคลื่อน ผิดรูป ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา บางรายมาด้วยอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัวได้รับการรักษามาเบื้องต้นแล้วแต่ก็ไม่หายขาด อาการก็กลับมาอีก ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง หรือ การที่กระดูดคด อาจมีสาเหตุมาจากอวัยวะที่เป็นฐานรองรับสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก แพทย์จึงต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด หาถึงที่มาของอาการเจ็บปวดเหล่านี้ ด้วยเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS) ที่ช่วยในการตรวจหาความผิดปกติของผู้ป่วย

“ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ปัจจุบันจึงมีเครื่องเอกซเรย์ที่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระดูกได้แบบเต็มตัว นั่นก็คือ เครื่อง Biplane Imaging (EOS) อุปกรณ์รับสัญญาณภาพรังสีด้วยเทคโนโลยีระดับโนเบิลไพรซ์ (Nobel Prize Technology) ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณพลังงานสูง high energy physics particle detector โดยนักรังสีแพทย์
และแพทย์กระดูกและข้อ ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 6-9 เท่า เครื่องนี้จะช่วยให้ภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบองค์รวม หรือ Global Balance ในท่าที่ผู้ป่วยยืนลงนํ้าหนักตัวตามธรรมชาติ ช่วยวินิจฉัยหาที่มาที่ไปของโรคกระดูกและข้อได้ดียิ่งขึ้น
ในบางรายอาจมีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ดังนั้น การประเมินแนวสมดุลของผู้ป่วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า Global Balance ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักๆ คือ เด็กวัยรุ่นที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังคดชนิดที่ไม่ทราบถึงสาเหตุ และอีกกลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาทั้งเรื่องกระดูกสันหลัง สะโพก และเข่า ซึ่งการตรวจหาความผิดปกติแบบ Global Balance จะช่วยให้แพทย์เห็นถึงปัญหาทุกๆ ส่วนไปพร้อมๆ กัน แล้ววางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะมีประโยชน์กับผู้ที่ต้องเข้ารับการเอกซเรย์บ่อยๆ โดยเฉพาะคนไข้โรคกระดูกสันหลังที่จำเป็นต้องตรวจติดตามผลหลายครั้ง จะช่วยลดปริมาณรังสีลงไปเยอะมาก หากเทียบกับการเอกซเรย์แบบเดิม

ถึงแม้ว่าเครื่องนี้จะใช้ปริมาณรังสีที่น้อยกว่าปกติ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์เพราะทารกที่อยู่ในครรภ์นั้นไม่ควรที่จะโดนรังสีโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่น 3DModeling สร้างภาพแบบสามมิติ ช่วยลดความผิดพลาดในการวัดความโค้งหรือบิดหมุนของกระดูก เพื่อช่วยให้แพทย์วิเคราะห์วางแผนการรักษาและปรับองศากระดูกได้ดียิ่งขึ้น เห็นกระดูกในมุมมอง 360 องศา ทำให้เข้าใจในความผิดปกติได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หากตรวจแล้วพบปัญหาว่าขาสั้นยาวไม่เท่ากันเป็นสาเหตุให้กระดูกสันหลังคด ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เช่นให้ผู้ป่วยใส่รองเท้าเสริมส้นเข้าไป จากนั้นค่อยมาตรวจวัดกระดูกสันหลังใหม่ ก็จะเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการป่วย ขั้นตอนในการคัดกรองยิ่งทำได้รวดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีส่วนสำคัญในการวางแผนการรักษาของแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ การวินิจฉัยด้วยเครื่อง EOS สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการสแกนหาความผิดปกติทั้งตัวด้วยเวลาที่สั้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการทรงตัว ไม่สามารถยืนลงนํ้าหนักได้เป็นเวลานาน กลุ่มผู้ป่วยที่นํ้าหนักมาก ใช้ประโยชน์ได้กับกลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดข้อเทียม เพราะการทำข้อเทียมนั้น ต้องให้ความสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อสะโพกเทียม ดังนั้น การรักษาจะต้องมีวิธีการวัดมุมและองศาของสะโพกในแต่ละราย เพื่อให้ข้อเทียมที่ใส่ลงไปทำงานได้ดี เพราะจะทำให้รู้ว่าตำแหน่งที่ใส่เข้าไปมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งมุมเท่าไหร่ และหลังจากการรักษาใส่ข้อเทียมไปแล้วผู้ป่วยจะต้องกลับมาสแกนซํ้า เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไรกับตัวผู้ป่วยเอง ทำให้เห็นถึงปัญหาก่อนที่จะรักษาและประเมินผลหลังทำการรักษาไปแล้ว นอกจากนั้นกลุ่มคนที่สงสัยว่าพบความผิดปกติ ขาโก่ง บิด ผิดรูปรวมไปถึงกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติ ก็สามารถวินิจฉัยด้วยวิธี Global Balance ได้เช่นกัน
