การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT-scan

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/250021

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ทำความรู้จักการเอกซเรย์และการทำอัลตราซาวนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายเทคนิคของ “การวินิจฉัยด้วยภาพ” หรือ “Diagnosis imaging” ซึ่งเป็นวิธีทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้นในการหาสาเหตุความผิดปกติในสัตว์เลี้ยงกันไปแล้วนะครับ

วันนี้ผมก็ยังมีเรื่องน่าสนใจจาก สพ.ญ.ชุติมน ธนบูรณ์นิพัทธ์ อีกเช่นเคยเกี่ยวกับอีกหนึ่งเทคนิคของการวินิจฉัยด้วยภาพ นั่นคือ การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ CT-scan มาฝากกันครับ

การตรวจ CT-scan เป็นการตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของสัตว์ป่วยโดยอาศัยการฉายรังสีเอกซ์เช่นเดียวกับการถ่ายภาพเอกซเรย์ทั่วไปร่วมกับการประมวลขั้นสูงทางคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ภาพที่ได้นั้นมีความละเอียดสูงกว่าภาพเอกซเรย์มาก ข้อมูลที่ได้จากภาพ CT-scan ทำให้เห็นรายละเอียดของรอยโรค หรือความผิดปกติอย่างชัดเจน ช่วยให้การวินิจฉัยหารอยโรคนั้นถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

การตรวจ CT-scan มีข้อบ่งชี้ของการตรวจดังนี้

● ตรวจหาความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ตับแต่กำเนิด ความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด เป็นต้น

● ตรวจความผิดปกติที่เป็นภายหลัง เช่น การตรวจหาเนื้องอกในอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตำแหน่งและขนาดของเนื้องอก ตรวจหาการแพร่กระจายของเนื้องอกไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียง ตรวจดูการคั่งของเลือดในสมองช่องท้อง และอุ้งเชิงกราน ตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือด เช่น เส้นเลือดโป่งพอง เส้นเลือดอุดตัน ตรวจหาความผิดปกติของกระดูก และข้อต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในสัตว์ป่วยนั้นการตรวจ CT-scan มีความจำเป็นต้อง “วางยาสลบสัตว์” ขณะทำการตรวจด้วยดังนั้นสัตว์ป่วยต้องมีการเตรียมตัวก่อนวางยาสลบ ต้องมีตรวจความพร้อมก่อนวางยาเหมือนการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดทั่วไป เช่น ตรวจการทำงานของตับและไต ต้องมีการงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง มีการให้สารน้ำทางเส้นเลือด เป็นต้น

ถึงแม้การตรวจความผิดปกติในร่างกายด้วย CT-scanจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็มีข้อควรระมัดระวัง นั่นคือการตรวจ CT-scan นั้น จะใช้รังสีเอกซ์ในการสร้างภาพเป็นปริมาณมาก ซึ่งมากกว่าการถ่ายภาพเอกซเรย์ทั่วไป หากสัตว์ป่วยได้รับรังสีเป็นจำนวนมากและเวลานานย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน

นอกจากนี้ในการที่จะผลิตภาพ CT-scan ให้เห็นรอยโรคชัดเจน อาจจำเป็นต้องฉีด “สารทึบรังสี” ที่มีส่วนประกอบของไอโอดีนเข้าทางหลอดเลือด ซึ่งสารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ได้ อาทิ การแพ้สารทึบรังสี รวมถึงการส่งผลเสียต่อการทำงานของไต ซึ่งอาจทำให้ไตวายได้โดยเฉพาะสัตว์ป่วยที่มีความผิดปกติของไตมาก่อนหน้า สัตว์ป่วยที่ขาดน้ำ หรือสัตว์ที่อายุมาก

สัปดาห์หน้าเรามารู้จักอีกหนึ่งเทคนิคของการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ นั่นคือการทำ MRI กันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment