ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/250110
วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ซีพีเอ็น หรือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ดบัตรไทยไลฟ์การ์ดและบัตรเดอะ วัน การ์ด ชวนคนไทยก้าวเข้าสู่ปีใหม่พ.ศ. 2560 อย่างเรียบง่าย ชวนส่งต่อความดีและส่งต่อพลังใจให้กันและกัน พร้อมเปิดตัวแคมเปญฉลองเทศกาลความสุขในงาน “ไลท์เทิ่น อัพ ทูเกเตอร์” (Lighten Up Together) งดงามสว่างไสวไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล 30 สาขาทั่วประเทศ
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ซีพีเอ็น เผยว่าในช่วงส่งท้ายปลายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก้าวสู่ปี พ.ศ. 2560 นี้ ซีพีเอ็น ได้น้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ด้วยการจัดตกแต่งศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั้ง 30 ศูนย์ทั่วประเทศให้มีความเรียบง่าย งดงามสว่างไสวด้วยการประดับดวงไฟและตกแต่งของประดับคริสต์มาสด้วยสีขาวและเขียว มีกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และการจุดเทียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการจุดประกายพลังใจของคนไทยทั้งชาติ ให้เกิดแรงบันดาลใจ น้อมนำคำสอนเพื่อเป็นแสงสว่างส่องแนวทางเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และส่งต่อแบบอย่างที่ดีนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
ในงานเปิดตัวแคมเปญ เหล่าเซเลบริตี้เผยถึงการน้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจุดประกายพลังใจให้กับคนไทย ส่งความสุขและพลังความดี เริ่มที่กรองกาญจน์ ชมะนันทน์ บอกว่า การได้อ่านพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด และขอยกพระบรมราโชวาทของพระองค์ในเรื่องการเลี้ยงลูก ที่ว่า “เด็กเป็นคนที่จะรับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่ ดังนั้น เด็กทุกคนสมควรที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณงามความดี มีความประพฤติเรียบร้อย สุจริตและมีปัญญาฉลาดในเหตุผล” สิ่งเหล่านี้ถ้าประชาชนทุกคนได้น้อมนำมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ก็จะทำให้สังคมมีความสุข ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า

หญิง-กรุณา วัจนะพุกกะ บอกว่า คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ตนยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต มี 2 ข้อ คือ “ความกตัญญู” ที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ในทุกๆ วันและเห็นผลว่าทำแล้วดีจริง และ “การปิดทองหลังพระ” ที่ว่าเมื่อทำดีแล้วไม่จำเป็นจะต้องบอกใครหรือทำให้ใครเห็น เพราะเมื่อได้ทำความดีแล้วคนที่เห็นและภูมิใจที่สุดก็คือตัวเราเอง สำหรับการส่งต่อความดีให้คนรอบข้างอย่างแรกเลยเราจะต้องลงมือทำ และเมื่อมีโอกาสไปร่วมโครงการดีๆ ก็จะช่วยแชร์ในช่องทางโซเชียล ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราทำได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้จะคิดเสมอว่า เมื่อพ่อหลับเราจงตื่นทำดีเพื่อพ่อเพราะพ่อจะอยู่กับเราตลอดไป
ส่วน แป้ง-อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่าแรงบันดาลใจและข้อคิดที่ได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือความอดทนและความพยายามในการทำความดีแป้งเติบโตมาในรัชกาลของพระองค์ท่าน เห็นพระองค์ทรงงานหนักมาก ไปในถิ่นทุรกันดาร ไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อย และความร้อนซึ่งความจริงแล้วพระองค์ไม่ต้องทรงทำแบบนั้นก็ได้ เพราะทรงเป็นกษัตริย์ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ ได้เห็นถึงพลังความรักของคนไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน เป็นการจุดประกายและเป็นพลังให้ทุกคนทำความดี ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ความดีของพระองค์ท่านปรากฏในเห็นเป็นรูปธรรมผ่านโครงการพระราชดำริของท่านในทุกๆ ที่ของประเทศไทย
ส่วนหนุ่มอังกฤษหัวใจไทย แจ็ค บราวเจ้าของเพจดังและอินสตาแกรม Dekfarangที่มีความรักแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อยู่เต็มหัวใจได้เล่าด้วยความประทับใจว่า พระองค์ท่านทรงงานหนักตลอดเวลา 70 ปีงานทุกอย่างล้วนแต่ช่วยเหลือคนที่พระองค์ท่านรักที่สุดคือ ประชาชนชาวไทย มั่นใจว่า “ในโลกนี้ไม่มีใครดีเท่าในหลวงอีกแล้ว” พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำดี ไม่ว่าจะทำอะไรผมจะนึกถึงพระองค์ท่าน ผมใส่สายรัดข้อมือ ที่เขียนว่า “เรารักในหลวง” เป็นสิ่งเตือนใจว่าวันนี้ได้ทำดีหรือทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้วหรือยัง ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่หรือใช้เงินมากก็ได้ แค่เราเริ่มต้นทำและส่งต่อความดีให้ผู้อื่น เมื่อมีคนเห็นแล้วช่วยกัน จะทำให้โลกของเราดีขึ้น
