ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839925

หลังผลการเลือกตั้งได้รับการประกาศ ทั่วโลกทั้งฝ่ายซ้ายและขวาต่างตกตะลึงกับผลที่ออกมา หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า ภาพลักษณ์ร้ายๆ ของเขาจะนำพาอเมริกาไปยังทิศทางใด และส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไรบ้าง จนเกิดข่าวเรื่องความพยายามหาทางเตะตัดขานายทรัมป์ ไม่ให้รับตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มหาเศรษฐีผู้นี้ เป็นคนที่แย่ขนาดนั้นจริงหรือ? ถ้าจริง ทำไมคนอเมริกันจึงเลือกเขามาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไปด้วย?

ชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งยังคงปักหลักประท้วงต่อต้านทรัมป์ ก่อนถึงวันทำพิธีสาบานตน
ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีอาจไม่แย่อย่างที่คิด
ท่ามกลางข้อครหามากมาย แต่ชัยชนะในการเลือกตั้งของทรัมป์ เป็นเสียงสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่า ชาวอเมริกันอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศอย่างแท้จริง
การมาของนายทรัมป์ ทำให้ชาวอเมริกันโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนเขา เกิดความคาดหวังมากมาย จากสัญญาที่ว่าเขาจะทำให้ ‘อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง’ โดนนายจิม เอมอส ประธานและซีอีโอของ ศูนย์เพื่อการวิเคราะห์นโยบายแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งแรกที่เห็นได้ทันทีหลังการเลือกตั้งคือ การเพิ่มขึ้นของหุ้นของบริษัทกลุ่มธนาคาร และดัชนีในตลาดการเงิน จากความคาดหวังว่า เขาจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความคาดหวังอีกอย่างคือ รัฐบาลของนายทรัมป์ จะลดข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมลง ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจและธนาคารในภาพรวม โดยเฉพาะต่อธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลของเขาเป็นรัฐบาลแรกในรอบหลายปีที่ทำมากกว่าการให้สัญญาปากเปล่าแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังการถือกำเนิดของธุรกิจออนไลน์ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1980
นอกจากนี้ ยังมีความคาดหวังมากในเรื่องการปลดปล่อยสหรัฐอเมริกาออกจากภาพว่าเศรษฐกิจชะลอตัว และนำการเติบโตกับความเจริญรุ่งเรืองครั้งใหม่กลับมาสู่อเมริกา ด้วยการลดภาษี, มาตรการส่งเสริมธุรกิจกับลูกจ้างชาวอเมริกัน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันคาดหวังให้ทรัมป์กลับมาให้ความสำคัญกับกองทัพและการป้องกันประเทศอีกครั้งด้วย
ส่วนการเปลี่ยนแนวทางนโยบายต่างประเทศด้วยท่าทีผูกมิตรกับรัสเซีย และเป็นปรปักษ์กับจีนมากขึ้น ก็ทำให้หลายคน แม้แต่ผู้ที่ไม่อยากให้ทรัมป์ชนะใจชื้นขึ้น เพราะก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ กับรัสเซียอยู่ที่สถานะใกล้เคียงกับสงครามเย็นอยู่แล้ว และสหรัฐฯ ก็เหมือนตกเป็นเบี้ยล่างของแดนมังกร

พูดจาโผงผาง แล้วไง?
นายทรัมป์ มักถูกปรามาสว่า เป็นคนพูดจาโผงผาง คาดเดาไม่ได้ และอันตราย แต่การคาดเดาไม่ได้ก็อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป และอาจเป็นสิ่งที่อเมริกาต้องการ
นาย ปีเตอร์ โคตส์ นักวิเคราะห์ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและประเด็นทางทหาร กล่าวว่า นายทรัมป์แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นผู้ชอบใช้กลยุทธ์เชิงรุก คอยหาโอกาสเคลื่อนไหวก่อน มากกว่าเคลื่อนไหวหลังจากที่โดนกระทำแล้ว การออกเสียงในเชิงรุกของเขาดึงดูดความสนใจของคนในทุกระดับ และช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งมาแล้ว
ขณะที่บนเวทีระหว่างประเทศ การรุกของทรัมป์จะทำให้ประเทศอื่นๆ ต้องเป็นฝ่ายที่มีปฏิกิริยาต่อความเคลื่อนไหวต่อไปของเขา ตรงข้ามยุคก่อนที่สหรัฐฯ ต้องลังเลในการแสดงท่าทีต่อรัสเซีย, จีน หรือแม้กระทั่งกลุ่มติดอาวุธอิสลาม หรือ ไอซิส
ความคิดที่จะปรองดองกับรัสเซียอีกครั้งของนายทรัมป์ แม้จะต้องลดการคว่ำบาตรรัสเซียและลดการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องไครเมีย แต่แลกกับความร่วมมือของรัสเซียในการรับมือกับกลุ่มไอซิสในซีเรีย รวมทั้งความร่วมมือในด้านอื่นๆ เพราะรัสเซียไม่เพียงเป็นมหาอำนาจยุโรป แต่ยังเป็นมหาอำนาจในเอเชีย-แปซิฟิก จึงอาจทำให้สหรัฐฯ สามารถคานอำนาจกับจีน ที่กำลังมีปัญหากันเรื่องไต้หวัน และกดดันทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นอีก
ส่วนประเด็นเรื่องนาโต (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) ที่นายทรัมป์ ประณามว่าล้าสมัย และเอาเปรียบสหรัฐฯ จนทำให้ชาติยุโรปหลายประเทศออกมาเตือนว่าเป็นการสร้างความกังวลให้พันธมิตร ก็เป็นคำพูดที่สะท้อนความกังวลของสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างยาวนาน เรื่องสมาชิกนาโตไม่ทำตามเป้าหมายในการใช้งบประมาณอย่างน้อย 2% ของจีดีพีในด้านกลาโหม ขณะที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ใช้จ่ายในด้านนี้มากที่สุดในโลก

โอบามาบอก “อย่าประเมินชายคนนี้ต่ำไป”
นอกจากพฤติกรรมที่แสดงออกภายนอกจะทำให้โดนด่าแล้ว ความจริงที่ว่านายทรัมป์เป็นนักธุรกิจที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเลย ก็ทำให้เขาถูกสบประมาทไม่ใช่น้อย แต่อย่าลืมว่า นายทรัมป์ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการทำธุรกิจจนกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอย่างทุกวันนี้ ซึ่งหากเขาเป็นคนตื้นเขินอย่างที่ใครๆว่าจริง เขาจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร
นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ อเมริกา เคยพูดเอาไว้ว่า นายทรัมป์เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ผิดแผกไปจากแบบแผนของสังคม และมีการหาเสียงที่ไม่มีการตระเตรียมเอาไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม นายโอบามาให้สัมภาษณ์ในรายการ ’60 Minutes’ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า คำพูดเหล่านี้ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เมื่อทรัมป์เข้าสู่ทำเนียบขาว
ในรายการ โอบามา ถูกถามว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่นายทรัมป์จะทำหน้าที่ประธานาธิบดีโดยไม่มีการวางแผนเอาไว้ก่อน ซึ่งโอบามาตอบว่า “ผมไม่คิดเช่นนั้น และตอนนี้เขากำลังอยู่ระหว่างกระบวนการสร้างองค์กรของตัวเอง โดยเราจะต้องรอดูว่ามันจะทำงานอย่างไร และผมคิดว่า นี่จะเป็นบททดสอบทั้งสำหรับนายทรัมป์ และผู้คนที่เขาเลือกให้มาทำตามวิสัยทัศน์ของเขา”
“จะเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่งหาก ประเมินชายคนนี้ต่ำไป เพราะเขากำลังจะเป็นประธานาธิบดี คนที่ 45 แห่งสหรัฐอเมริกา” โอบามากล่าว