‘ทรัมป์’ ปธน.เต็มตัว เข้า ‘พิธีสาบานตน’ แล้ว ต่อหน้าแขกกว่า8แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ม.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/840645


มหาเศรษฐีปากจัด “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้าพิธีสาบานตนวางฝ่ามือบนคัมภีร์ไบเบิล ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ลั่นวาจาให้คำมั่นสัญญา “จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และจะรักษา คุ้มครองปกป้องรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาไว้อย่างดี จนสุดความสามารถของข้าพเจ้า”ท่ามกลางผู้เข้าร่วมพิธีกว่า 8 แสนคน ที่ลานพิธีหน้าอาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะที่ทีวี CBS ของสหรัฐฯ ระบุว่านายทรัมป์มีคะแนนนิยมเพียง 37 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดในประวัติการณ์ ส่วนพ่อมดการเงิน “จอร์จ โซรอส” หวั่นทรัมป์กลายเป็นเผด็จการและส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน ชาวฟิลิปปินส์ฮือประท้วงการขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯของทรัมป์ ไม่พอใจที่เคยเหยียดผิว เหยียดเพศนายโดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ มหาเศรษฐีปากจัดวัย 70 ปี จากพรรครีพับลิกัน ทำพิธีสาบานตนในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 อย่างเป็นทางการ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ท่ามกลางความยินดีปรีดาของชาวสหรัฐฯ ส่วนที่เลือกนายทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐฯ โดยนายทรัมป์ถือเป็นผู้นำคนแรกของสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุด ทั้งไม่เคยรับใช้ราชการกองทัพ หรือรับตำแหน่งใดๆทางการเมือง ก่อนสร้างประวัติศาสตร์พลิกล็อกเหนือความคาดหมาย ชนะนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทรัมป์เดินทางมาจากนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 19 ม.ค. โดยเครื่องบินกองทัพรุ่นโบอิ้ง 750 ฝูงเดียวกับแอร์ฟอร์ซวัน เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก พร้อมกับครอบครัว โดยไม่อนุญาตนักข่าวติดตามไปร่วมงานคอนเสิร์ตฉลองคืนก่อนวันสาบานตน โดยนายทรัมป์กล่าวสัญญาต่อชาว อเมริกันว่า จะสร้างเอกภาพและความเปลี่ยนแปลง “เราจะทำหลายสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา สัญญาว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้มีระดับมันสมองหรือไอคิวเป็นเลิศกว่าคณะรัฐมนตรีชุดไหนๆที่ผ่านมา” ขณะที่นางเมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่ง ได้กล่าวหลังรับตำแหน่งแล้วว่า พวกเราจะทำงานทันที

จากนั้นในวันที่ 20 ม.ค. นายทรัมป์ได้เข้ารับประทานอาหารมื้อเช้ากับครอบครัวของนายโอบามาที่ทำเนียบขาว และร่วมเดินทางพร้อมกันเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ผ่านถนนเพนซิลเวเนีย มุ่งหน้าสู่ลานพิธีหน้าอาคารรัฐสภา เข้าสู่กระบวนการพิธีต่อหน้าสาธารณชนในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 24.00 น. คืนวันเดียวกันตามเวลาไทย โดยนายทรัมป์ได้วางฝ่ามือบนคัมภีร์ไบเบิลที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น พร้อมกล่าวสาบานตนว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และจะรักษา คุ้มครองปกป้องรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาไว้อย่างดี จนสุดความสามารถของข้าพเจ้า”

ขณะที่ทางการสหรัฐฯคาดว่ามีผู้เข้าร่วมพิธีครั้งนี้ประมาณ 800,000 คน สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย นายเจห์ จอห์นสัน รัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เพิ่มระดับรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยนำรถขนขยะและยานเกราะมากั้นตามเส้นทางที่มีคนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตขับรถเข้าไปในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า ทางการไม่พบ เบาะแสใดๆที่ชัดเจนว่าจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุในพิธีสาบานตนครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันบางส่วนยังคงแสดงความไม่พอใจที่นายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยที่นิวยอร์ก ฝูงชนหลายพันคนพร้อมดาราชื่อดังอย่างโรเบิร์ต เดอ นีโร อเล็ค บอลด์วิน และนักร้องเชอร์ ได้รวมตัวประท้วงบริเวณหน้าโรงแรมทรัมป์ ใกล้สวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค เช่นเดียวกับหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ที่ฝูงชนมารวมตัวประท้วง ในประเด็นที่นายทรัมป์เหยียดผิว เหยียดเพศ และเรื่องสิทธิมนุษยชน พร้อมตะโกนว่า นายทรัมป์หน้าโง่ ขณะที่นายจอร์จ โซรอส นักลงทุนฉายาพ่อมดการเงิน กล่าวว่า ถ้าสภาไม่ดูแลให้ดี นายทรัมป์จะกลายเป็นเผด็จการ และจะกระทบต่อตลาดการเงิน ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ ระบุว่า นายทรัมป์มีคะแนนนิยมเพียง 37 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นคะแนนนิยมในตัวผู้นำตอนรับตำแหน่งที่ต่ำที่สุดในประวัติการณ์

แต่อีกด้านหนึ่ง ที่ไนต์คลับอาร์แบต 13 ในกรุงมอสโก รัสเซีย ได้มีการจัดปาร์ตี้ฉลองการเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายทรัมป์ ส่วนนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวชื่นชม ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่าไม่ว่าในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ จะถือเป็นเสาหลักทางการทูตและความมั่นคง ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. มีรายงานชายชาวอเมริกันไม่เปิดเผยชื่อและอายุ ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้บริเวณหน้าโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า ชายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหลังมีความพยายามที่จะจุดไฟ แต่ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มิได้เปิดเผยว่า ชายดังกล่าวพยายามจุดไฟเผาตัวเองหรือไม่ ตามที่มีข่าวบางกระแสรายงาน

 

Leave a comment