ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/250388
วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรม
ส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการแสดงดนตรี Symphonic Tribute to H.M.KingBhumibolAdulyadej ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ภายในงานเป็นการบรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์เครื่องลมเฟโรชี่ ฟิลฮาร์โมนิควินส์ (Feroci Philharmonic Winds) คณะนักร้องประสานเสียง Bangkok Music Society และชมรมดนตรีมหาวิทยาลัยศิลปากรภายใต้การอำนวยเพลงของอาจารย์ดำริห์ บรรณวิทยกิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ในฐานะประธานในพิธี มาร่วมเดี่ยวแซกโซโฟน ร่วมกับ Koji Okazaki และ Yuri Iguchi นักดนตรีรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่นในบทเพลง Symphonic Tribute to The King (Dedicate to H.M. King BhumibolAdulyadej) for Solo Brass Trio, Saxophone, Thai Ensemble and Wind Orchestra ที่ประพันธ์ขึ้นใหม่โดย อาจารย์ดำริห์ บรรณวิทยกิจ ใช้ชุดทำนองจากบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านและบทกลอนในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “วันที่พ่อป่วย” มาร้อยเรียงกันใหม่เพื่อพรรณนาถึงความรู้สึกสูญเสียของประชาชนชาวไทย ความรู้สึกรักเทิดทูน ความรู้สึกภาคภูมิใจในพระราชกรณียกิจ และความห่วงหาคิดถึงพระองค์ท่านและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยและจะเดินหน้าร่วมใจกันสร้างชาติไทย ในรัชกาลปัจจุบันร่วมกันเพื่อแสดงออกถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า มีเอกภาพในความหลากหลาย
โดยอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย กล่าวว่า “โดยส่วนตัวนั้น เคยได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านในฐานะนักการเมืองต่อเนื่องตั้งแต่บทบาทของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแต่เรื่องเพลงนั้นต้องเรียนว่า เมื่อปี 2537 เป็นการฉลองปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2538 เป็นปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเชิญองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ไปร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำและคืนนั้นทรงนำเพลง “รัก” ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนิพนธ์เนื้อร้องไว้เมื่อสมัยเป็นนักเรียน และพระองค์ท่านได้นำมาเรียบเรียงทำนองคืนนั้นมีการซ้อมเพื่อให้ทุกคนร้องได้ โดยในหลวงทรงบรรเลงเพลงนั้นด้วยแซกโซโฟนและเครื่องดนตรีต่างๆ ประมาณเกือบ 30 ครั้ง เพื่อให้ทุกคนร้องได้ซึ่งผมเองก็ได้ร่วมร้องเพลง “รัก” อยู่ด้วย

และจากที่เคยเป็นนักดนตรีในสมัยเป็นนักเรียนมัธยมแน่นอนผมเองได้ติดตามบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่ผู้แสดงหรือผู้เล่นอย่างเดียวแต่ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการนิพนธ์ทั้งทำนองที่พระองค์ทรงนิพนธ์หรือเนื้อร้องที่บุคคล 2-3 ท่านแต่งก็ดีล้วนแล้วแต่ถือว่าเป็นอัจฉริยะเป็นปราชญ์ทางภาษาทั้งสิ้นถ้าเราลองฟังความหมาย เราจะรู้สึกถึงความไพเราะของถ้อยคำตัวหนังสือทำนองที่อาจจะไม่ชินในสมัยนั้นแต่ในวันนี้คนไทยทุกคนก็ได้รู้จักบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นจริงตามที่ผมก็ได้กล่าวน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านว่าท่านทรงพระอัจฉริยภาพในเรื่องดนตรีและเราได้มอบถวายพระองค์ท่านเป็นองค์แรกว่าเป็น “อัครศิลปิน” โดยโครงการนี้เริ่มสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ”
ในตอนท้ายนายชวน หลีกภัย ยังได้กล่าวถึงคนรุ่นหลังว่า “ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับบุคคลท่านหนึ่ง อายุประมาณ 40 เศษๆ ไม่เคยทราบเลยว่าในหลวงทรงทำงานหนักอย่างนี้ เค้าเพิ่งเห็นในรายการโทรทัศน์ ตอนที่ท่านเสด็จสวรรคต ผมคิดว่า ท่านนี้คงเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศที่ไม่มีโอกาสได้ติดตามตั้งแต่ต้น และได้ติดตามชมในสารคดีในช่วงการไว้ทุกข์พระองค์ท่านเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ผมว่าการรับรู้ในรูปแบบนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่คนไทยจะได้รู้ว่า พระเจ้าแผ่นดินของเขานั้นทรงงานหนักอย่างไรและสิ่งที่มีค่าที่สุดถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงเสด็จสวรรคตแล้ว สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่นอกจากโครงการพระราชดำรินั้น สิ่งที่มีค่ายิ่งนั่นก็คือพระบรมราชโชวาท ผมได้นำพระบรมราโชวาทไปใช้บรรยาย ปฐมนิเทศ อบรมหรือแม้แต่การไปพูดที่ไหนก็ตามพระบรมราโชวาทที่พระราชทานสะท้อนหลายอย่างในแต่ละปี เช่น ปี 2554 สะท้อนน้ำท่วม ปี 2551 และปี 2552 สะท้อนเรื่องเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น และทรงมีรับสั่ง 2 ปีซ้อน ที่มีข้อความเหมือนกัน ที่ให้ผู้มีฐานะ ตำแหน่ง และประชาชนทบทวนตัวเองว่ามีหน้าที่อะไร และทำหน้าที่นั้นด้วยความรับผิดชอบและเที่ยงตรงแต่โดยหน้าที่พวกผมก็ต้องจำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ในฐานะเป็นนักการเมือง เกือบจะท่องได้นะครับพูดตรงๆ ในพระราชดำรัสเพราะรู้ว่าถ้อยคำในพระบรมราโชวาทได้กรองมาแล้วอย่างละเอียด จนตัดคำใดคำหนึ่งออกก็ไม่ได้ เพิ่มไปอีกคำก็ไม่เหมาะ เพราะฉะนั้นเหมือนกับเป็นถ้อยคำที่กรองมาอย่างดีแล้วเป็นเรียงความที่ดีที่สุด เป็นย่อความที่ดีที่สุด ซึ่งเด็กไทยควรจะศึกษา และจะใช้เป็นประโยชน์ได้จริงๆ ครับ”
นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าว ยังมีกิจกรรม “ศิลปากรรวมใจถวายพ่อหลวง” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักศึกษาเก่าคณะวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ รวมถึงการมอบพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย โดยมี นางสุนันทา มิตรงาม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมแจกให้กับผู้ชมการแสดงดนตรีในค่ำคืนนั้นอีกด้วย
