ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ม.ค. 2560 07:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/841749

การชุมนุมต่อต้าน ซึ่งเกิดขึ้นในวันแรกในฐานะประธานาธิบดีของนายทรัมป์ยังเกิดขึ้นในอีกประมาณ 600 เมืองทั่วโลก ตั้งแต่กรุงปารีสของฝรั่งเศส กรุงลอนดอนของอังกฤษ ไปจนถึงกรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ก นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย นครโยฮันเนสเบิร์กของแอฟริกาใต้ และในอีกประมาณ 20 เมืองทั่วประเทศแคนาดา แต่ส่วนใหญ่การชุมนุมยังคงเป็นไปโดยสงบ
สำหรับในสหรัฐอเมริกา การชุมนุมที่ย่านใจกลางเมืองกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นจุดที่มีฝูงชนเข้าร่วมมากที่สุด เจ้าหน้าที่คาดว่ามีมากกว่า 500,000 คน ขณะที่กลุ่ม “วีเมิน’ส มาร์ช ออน วอชิงตัน” คาดว่ายอดผู้ชุมนุมมากถึง 1 ล้านคน และถ้านับรวมผู้ชุมนุมในเมืองอื่นๆทั่วสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน อาจมีมากกว่า 2 ล้านคน โดยฝูงชนร่วมเดินขบวนภายใต้คอนเซปต์ “พุสซีแฮต” ที่ทุกคนสวมหมวกถักไหมพรมสีชมพู จากใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เข้าสู่บริเวณลานแนชนัล มอลล์ และผ่านทำเนียบขาวด้วยอารมณ์สนุกสนาน การชุมนุมมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนวันที่นายทรัมป์ทำพิธีสาบานตน เพื่อต่อต้านที่นายทรัมป์แสดงอาการและคำพูดที่ดูถูกไม่ให้เกียรติผู้หญิง กรณีช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการเผยแพร่คลิปวีดิโอเหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่นายทรัมป์คุยโอ้อวดโดยใช้คำหยาบโลนว่าจะจับโน่นจับนี่ตรงไหนของผู้หญิงก็ได้ เพราะเป็นคนดัง ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านไปทั่ว ซึ่งหมวกไหมพรมสีชมพูถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านคลิปวีดิโอฉาวดังกล่าวของนายทรัมป์ ที่ยังถูกผู้หญิงนับ 10 คนออกมาแฉและฟ้องร้องว่าถูกเขาลวนลามทางเพศต่างกรรมต่างวาระกัน แต่นายทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
การชุมนุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ยังมีเหล่าคนดังเข้าร่วมด้วย อาทิ นักแสดงสาว สการ์เลตต์ โยฮันส์สัน นักร้องดัง มาดอนนา ที่ขึ้นร้องเพลงพร้อมกล่าวปลุกใจฝูงชนด้วย ด้านนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้แพ้เลือกตั้งต่อนายทรัมป์ ได้ทวีตข้อความสนับสนุนการชุมนุมในครั้งนี้ เช่นเดียวกับนายจอห์น แคร์รี อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่จูงสุนัขด้วยเชือกสีชมพูออกมาอยู่ในฝูงชนด้วย
ด้านนายทรัมป์ ซึ่งในวันเดียวกันนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่ของสำนักข่าวกรองกลาง(ซีไอเอ) ในเมืองแลงลีย์ รัฐเวอร์จิเนีย ได้แถลงข่าวยืนยันอยู่ข้างซีไอเอ และกล่าวหาสื่อเป็นฝ่ายสร้างความขัดแย้งระหว่างเขากับหน่วยงานด้านข่าวกรอง รวมถึงไปกล่าวหารัสเซียว่าเจาะระบบแฮกข้อมูลพรรคเดโมแครตเพื่อช่วยให้ชนะเลือกตั้ง ซึ่งนายทรัมป์ทั้งพูดและแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยชัดเจน พร้อมทั้งเรียกผู้สื่อข่าวว่าอยู่ในกลุ่มมนุษย์ที่ไม่ซื่อสัตย์มากที่สุดในโลก
นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังกล่าวถึงกรณีสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ที่นำภาพฝูงชนเข้าร่วมพิธีสาบานตนเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ของเขาเปรียบเทียบกับวันเดียวกันของปี 2552 และระบุมีคนเข้าร่วมประมาณ 250,000 คน ซึ่งน้อยกว่าวันทำพิธีสาบานตนของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทั้ง 2 สมัยคือในปี 2552 และ 2556 ซึ่งต่อมานายฌอน สไปเซอร์ เลขานุการ ดูแลด้านสื่อของทำเนียบขาวได้ตำหนิผู้สื่อข่าวในกรณีนี้ โดยระบุว่าพิธีสาบานตนของนายทรัมป์ถือว่ามีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ความพยายามลดทอนความสำคัญพิธีสาบานตนของนายทรัมป์เป็นเรื่องน่าละอายและผิดพลาด และยังกล่าวเตือนการทำข่าวการปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีของนายทรัมป์ด้วยว่าสื่อต้องรับผิดชอบหากรายงานข่าวผิดพลาด
ทั้งนี้ ในช่วงค่ำวันที่ 22 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีสารแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ มีเนื้อหาว่า ขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับท่านอย่างจริงใจอีกครั้งหนึ่ง ในนามของรัฐบาลและประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย ไทยและสหรัฐอเมริกากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 184ของความสัมพันธ์ทวิภาคี ตนพร้อมที่จะทำงานกับท่าน และรัฐบาลของท่านเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิด เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศทั้งสองและประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยเชื่อมั่นว่าภายใต้ความเป็นผู้นำของท่าน สหรัฐ อเมริกาจะยังคงมีบทบาทที่สำคัญในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกสืบไป