ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/251495
วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“Pet care ดูแลสัตว์เลี้ยง” ตลอด 2 ครั้ง ที่ผ่านมา ผมได้คุยกันถึงเรื่อง “การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ” หรือ “Diagnosis imaging” โดยข้อมูลดีๆ จากสพ.ญ.ชุติมน ธนบูรณ์นิพัทธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือ CT- scan กันมาแล้ววันนี้ผมขอนำเสนอการวินิจฉัยด้วยภาพอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่ในวงการสัตวแพทย์ แต่มีประโยชน์และเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนั่นคือ การตรวจด้วยวิธี Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI ครับ
เทคนิค Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI นั้น เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องมือสร้างภาพอวัยวะในร่างกาย โดยอาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ จากนั้นนำสัญญาณที่ได้มาประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรคของสัตว์ป่วยเพื่อนำมาใช้ในการรักษาและติดตามผลการรักษา โดยอาศัยคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็กของไฮโดรเจนอะตอม (Hydrogen, H) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่อยู่ภายในร่างกายมนุษย์ เช่น โมเลกุลของน้ำ (H2O) เป็นต้น

ข้อบ่งชี้ และข้อดีในการตรวจวินิจฉัยโดย MRI คือ
1.ภาพจาก MRI มีความละเอียดสูง ช่วยให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ชัดเจน
2.ใช้ได้ดีกับส่วนที่ไม่ใช่กระดูก คือ เนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง และไขสันหลัง และเส้นประสาทในร่างกาย(CT-scan ดูภาพกระดูกได้ดีกว่า )
3.ใช้ตรวจหาความผิดปกติของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นยึดกระดูกและกล้ามเนื้อได้ดี
4.สามารถตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือดได้โดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี ดังนั้นสัตว์ป่วยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของสารทึบรังสี ดังเช่นการตรวจ CT-scan
5.สัตว์ป่วยไม่ต้องได้รับความเสี่ยงจากรังสีเอกซ์เหมือนการตรวจ CT-scan
6.สามารถใช้เทคนิคการตรวจพิเศษหลายชนิดร่วมกับคอมพิวเตอร์ในการตรวจหาความผิดปกติ เช่น การตรวจสำหรับสัตว์ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดการตรวจหาระดับชีวเคมี เพื่อแยกชนิดของก้อนเนื้อหรือมะเร็ง เป็นต้น
จะเห็นว่าข้อได้เปรียบของการทำ MRI เมื่อเทียบกับการตรวจด้วย CT-scan ก็คือสัตว์ป่วยจะไม่ต้องได้รับความเสี่ยงจากรังสีเอกซ์เนื่องจากไม่ได้มีการฉายรังสีเหมือนการทำเอกซเรย์ปกติหรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT-scan อย่างไรก็ตาม การทำMRI ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง เนื่องจากสัตว์ป่วยต้องได้รับการวางยาสลบในขณะทำการตรวจเช่นเดียวกันกับการตรวจCT-scan ดังนั้นยังคงต้องมีการเตรียมตัวสัตว์อย่างดีเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวางยาสลบ เช่น ตรวจการทำงานของตับและไต ต้องมีการงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง มีการให้สารน้ำ เป็นต้น อีกทั้งเครื่อง MRI เป็นเทคโนโลยีทันสมัยและมีราคาแพงทำให้ค่าตรวจวินิจฉัยมีราคาสูงกว่า
นอกจากนี้ ยังมีข้อพึงระวังที่สำคัญคือ ควรหลีกเลี่ยงการตรวจ MRI ใน “สัตว์ที่มีโลหะฝังอยู่ในร่างกาย” เช่นสัตว์ที่รับการผ่าตัดดามกระดูก สัตว์ที่ได้รับการผ่าตัดใส่ “เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้เป็นจังหวะ” หรือ pace maker เนื่องจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องตรวจ MRI จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจซึ่งทำให้สัตว์เสียชีวิตได้ครับ
ในช่วงปีใหม่นี้ ขอให้ท่านเจ้าของสัตว์และครอบครัวรวมถึงสัตว์เลี้ยง จงมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กันถ้วนหน้านะครับ ระมัดระวังเรื่องอาหารที่ต้องห้ามในสัตว์เลี้ยงด้วย เช่น ช็อกโกแลต กาแฟอัลกอฮอล์ ถั่วแมคคาเดเมีย มะเขือเทศ องุ่น ลูกเกด และกระดูกไก่เป็นต้น “สวัสดีปีใหม่ครับ”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
