‘เอก Zero Hero’ร็อกเพื่อชีวิต คิดทำเพลงตามฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/253167

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอก – ฑี สุขโพธิ์เพชร อาสาเป็นคนดนตรีทางเลือก ที่เปิดตัวในนามวง Zero Hero รวมกลุ่มกับ เกียรติศักดิ์ มหารักษิต (จิ๊บ) และ ปุญญดนย์ บุณยทัต (ลูกคุณ) สานฝันงานดนตรี ที่มีกลิ่นอายความอินดี้ ทำเอง ผลิตเอง และขายเอง

ผลงานชิ้นล่าสุด

“ผมปล่อยที 3 ซิงเกิ้ลเลยครับ อยากลองพยายามโปรโมทแบบเมืองนอกดู คือเมืองนอกเขาจะเปิดเป็นอัลบั้มให้ฟังทั้งหมด แล้วค่อยทำเป็นเอ็มวีออกมา เลยลองใช้วิธีนี้ดู เพราะว่าเราไม่ใช่เป็นวงที่ขายหน้าตา เลยไม่จำเป็นต้องทำซิงเกิ้ล
ทีละซิงเกิ้ลครับ ตอนนี้เราไม่มีโหลด แต่เรามีให้ฟัง ปล่อยให้ฟังทาง แคท เรดิโอ และทางเว็บไซต์ฟังใจ( http://www.fungjai.com) คือกลุ่มเพลงของเรา คือกลุ่มคนที่ฟังเพลงร็อกในเมืองไทย จะมีเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว เลยเปิดที่แรกกับฟังใจครับ”

ที่มาของชื่อ Zero Hero

“มาจากตอนผมบวชครับ ตอนแรกอยากได้คำอะไรก็ได้ที่เด็กพูดได้เด็กรู้จัก ก็คือ ซีโร่ แต่โค้กซีโร่ตามหลังผมมานะ ผมตั้งก่อนโค้กซีโร่นะ ตอนแรกเป็นเทโร่ ฮีโร่ แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นซีโร่ ฮีโร่ น่าจะง่ายกว่า เด็กน่าจะพูดง่ายกว่าครับแปลความหมายคือ ไม่มีพระเอกครับ ส่วนที่เป็นZero Hero 3 เพราะว่ามีบริษัทหนึ่งที่เมืองนอกใช้ชื่อนี้แล้ว คือตั้งซ้ำไม่ได้ เราเลยเติม 3 ลงไปครับ”

ฟีดแบ๊กที่ได้รับ

“ดีมากเลยครับ ช่วงอาทิตย์แรกมียอดชม 4,000 กว่า เอ็มวีเพลงโปรโมต “หน้าเสาธง” ของเราจะเผยให้เห็นเบื้องหลังในการทำงาน ซึ่งอัลบั้มนี้เราทำกับ“ฮิวม่อน” ฮิวม่อนก็ย่อมาจาก “ฮิวโก้” + “มลฑลจิรา” ครับ เราก็เลยเอาเบื้องหลังตรงนี้มาให้ชม เพราะว่าการทำงานกับ 2 คนนี้ ไม่ค่อยธรรมดาเท่าไหร่ เลยเปิดให้ดูก่อนว่าอัลบั้มนี้เราทำงานกับ 2 คนนี้นะ เรามาฟังซาวด์ แบบ 2 คนนี้ดู”

พูดถึง 3 บทเพลงใหม่

“ที่เราเลือก 3 เพลงนี้มาปล่อย เพราะเป็นเพลงที่ไม่เกี่ยวกับความรัก หวานจ๋า อย่างเพลง “หน้าเสาธง” ผมเอาเรื่องราวที่ครูพูดหน้าเสาธงทั้งหมดมารวมในเพลง แล้วก็เพลง “หัวขโมย” พูดเกี่ยวกับโลกเราที่โดนขโมยป่า ขโมยน้ำ ขโมยทุกๆ อย่างไป อีกเพลงชื่อเพลง “เมษา” เป็นเพลงแรกที่ผมทำ คือตั้งแต่ 2 ปีก่อน ผมทำกับพี่เล็ก ฮิวโก้ กับพี่เจก่อน เพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่พูดถึงความรัก ก็เลยเอามารวม เผื่อหลายๆคนจะมองว่าเราเป็นกาแฟ ก็เลยใส่คาราเมลไปหน่อย คือมีเพลงเมษาเข้าไปให้หวานนิดนึง แต่ยังคงความเป็นร็อกอยู่”

ทำเพลงตามฝัน

“การทำอัลบั้มนี้ ผมเอาเพลงของคาราบาวทั้ง 7 อัลบั้ม มานั่งฟัง ผมนั่งคุยกับรุ่นพี่ศิลปินหลายๆ คน ศิลปินสมัยนี้ไม่ค่อยเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมเท่าไหร่แล้วส่วนใหญ่จะเป็นเพลงรัก ผมก็เลยว่าอย่างน้อยถ้าเราจะเอาเพลงให้คนได้ยินต่อไปเพราะทุกคนในวงผมก็มีอาชีพอื่นอยู่แล้ว แล้วก็ไม่คิดว่าเราจะหากินด้วย วงดนตรีเป็นหลัก ผมก็เลือกสมาชิกวงที่มีอาชีพของเขาเอง แล้วก็มีเวลาเรามาทำตรงนี้กันเราสามารถเขียนเนื้อเพลงได้เต็มที่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงว่าเพลงนี้ต้องขายให้เด็กวัยรุ่นหรืออะไร เราคิดว่า ขายเรื่องราวประเทศไทยนี่แหละ ที่มันเกิดขึ้นนี่แหละน่าจะดีที่สุด ถ้าเรามีโอกาสขนาดนี้แล้ว ทำกับโปรดิวเซอร์ขนาดนี้แล้ว คงไม่ทำเพลงที่หน่อมแน้มหรือว่าอะไรเท่าไหร่ เราก็เลยอยากทำเพลงที่ดีไปเลย พูดถึงเรื่องที่มีสาระไปเลย”

เบื้องหลังความเป็นศิลปิน

“ผมกับมือกลอง เปิดร้านเหล้า ร้านอาหาร อยู่ที่นครปฐมครับ ของผมชื่อร้าน “บำเรอ” ส่วนมือกลองผม ชื่อร้าน “ไลฟมายไฟล์” อยู่ในตัวเมืองนครปฐมเลยครับ เป็นร้านเดียวที่เปิดเดอะบิทเทิล ถ้าใครว่าง สนใจเข้าไปได้ครับ ส่วนมือเบส
ผมขายเสื้อผ้าอยู่แถวอ่อนนุช นี่มือกลองคนที่ 3 ของผมนะครับ ซึ่งมือกลอง 2 คนก่อนทุกคนก็จะมีอาชีพของเขาเองอยู่แล้ว เรารักดนตรี เราซีเรียสนะ ถึงขนาดว่าถ้ามันดังเราเตรียมวางแผนนะ ถ้าเพลงมันไปทางนู้น เราวางแผนทุกอย่าง เราไมได้คิดว่าทำเพลงแค่เอากระแส เอาแปลก เอาแนว ไม่ เราซีเรียสทุกเพลง เราฟังแล้วเราวิเคราะห์แล้วว่ามีสิทธิ์ดังได้”

ยึดวง “คาราวบาว” เป็นแบบอย่าง

“ต้องยอมรับว่าคาราบาวเป็นวงเดียวจริงๆที่ทำเพลงได้หลากหลาย แล้วก็เนื้อหาเขาหลากหลาย 10 อัลบั้ม เขาพูดเรื่องไม่ซ้ำกันเลย เขามีเพลงการเมืองไม่ต่ำกว่า 20 เพลง แต่การเมืองแต่ละเรื่องที่เขาเล่าไม่ซ้ำกันเลย มันคือเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ สำหรับผม ผมเป็นคนเขียนเพลง ผมเป็นนักร้องด้วย แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่ศึกษาวงคาราบาว มันเยี่ยมที่สุดแล้วในเมืองไทย คือไม่จำเป็นที่จะต้องไปศึกษาใครเลย เมืองนอกเมืองนาอะไรเลย คาราบาวคือครูคนหนึ่งที่เยี่ยมมากๆ เลยครับเพลงของเขา น้าแอ๊ดเขาเคยพูดครับว่า ผมมันมวยวัด ไม่เรียนไม่อะไรแบบนี้ จริงๆแล้วมันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง แต่ผมก็พยายามนะ หาสมาชิกที่เรียนดนตรีมาด้วย เพื่อเราต้องให้คนอื่นฟังด้วย ไม่ใช่แค่เราฟังที่บ้านอย่างเดียว มือกลองผมก็เรียนจบเอกดนตรีจากศิลปากร ผมก็พยายามศึกษาหาคนที่เขาเก่ง มีพื้นฐานแน่นมาร่วมงาน”

จุดกำเนิดเส้นทางดนตรี

“ผมชอบดนตรีตั้งแต่เด็กแล้วครับ ชอบขนาดที่ยอมใบสมัครเรียนสายอาชีพ กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เพื่อตัวเองจะได้ไปเรียน ม.ปลาย เพราะโรงเรียนที่ผมเรียนในตอนนั้น วัดไร่ขิง เขาเข้าคอนเทนมิวสิกอวอร์ด คือเมื่อก่อนผมไม่รู้จักกีตาร์ ไม่รู้จักอะไรเลยนะ แต่ผมโดดเรียน โดนอาจารย์จับได้ แล้วอาจารย์จับมานั่งหน้าเวทีซึ่งมีวงดนตรีตาบอดเล่น และก็มีรุ่นพี่เล่น ผมก็เลยเห็นแสงอะไรบางอย่างในนั้น เห้ย นี่กีตาร์หรอ นี่เบส นี่กลองหรอ ก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่า เห้ยไม่ได้ละ ตอนนั้นมันไม่รู้สึกว่าเท่ แต่รู้สึกว่าทำไมแค่คำว่ารักเธอที่เราพูดเปล่าๆกับรักเธอที่มันมีทำนองมาด้วย ทำไมอันนั้นมันซึ้งกว่า แล้วมันพูดคำหลายคำได้มากกว่า เลยเข้าชมรมดนตรีอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นมา”

8 ปีบนเส้นทางแห่งเสียงเพลง

“ก่อนหน้านี้ผมตระเวนประกวดหมดทุกๆอย่าง โรเกคอนเน็ตติ้ง แฟลช เรดิโอ ประกวดจนได้ขึ้นเวที แล้วก็ฮาเดตร็อก ตอนปี 2008 100 วง ผมก็ได้ที่หนึ่งมาในตอนนั้น คือเราพยายาม ตอนนั้นเมื่อก่อนมันไม่มีเวทีอย่างสมัยนี้ เมื่อก่อนต้องประกวดอย่างเดียว หรือต้องส่งเพลงเข้าค่ายแล้วถึงจะดัง เมื่อก่อนเราจะคิดว่าเดี๋ยวแนวมันจะวนมาเหมือน เร็กเก้สกา ที่เคยมาแล้วก็หายไป ฮิพฮอพ เคยมาก็หายไป ผมก็รอว่าเมื่อไหร่ ร็อกแอนด์โรล จะกลับมา คือต้องย้อนกลับยุคพี่เสกอีกครั้งหนึ่งมีวายน็อตเซเว่น มีวงฟลาย อีกรอบหนึ่ง แล้วค่อยกลับมา เราอยู่แบบนี้มา 8 ปีมันไม่กลับมาสักทีครับ แต่เราไม่ท้อ เราสนุก และมีโปรเจกท์ใหม่ๆ มาให้ทำตลอด ททท.ของจังหวัดอุทัยธานี ก็เอาเพลงของผมไปใช้ เราอาจโชคดีตรงนี้ด้วย”

ฝากผลงานอัลบั้มที่ 3

“ฝาก Zero Hero อัลบั้มทีฟนะครับ หรืออัลบั้มหัวขโมย เราปล่อยไปแล้ว3 ซิงเกิ้ล ชอบไม่ชอบยังไงมาคุยกันได้ครับที่เฟซบุ๊ค Zero Hero 3 ผมอยากสนทนา เพราะสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องใหม่ด้วย เราขอโอกาสเวลาว่างของท่านมาฟังเพลงเราดูแล้วติดใจยังไงมาคุยกัน”

Leave a comment