ทรัมป์จ่อทบทวนข้อตกลงทั่วโลก-หั่นเงินอุ้มยูเอ็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ม.ค. 2560 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844708


หนังสือพิมพ์ “นิวยอร์ก ไทม์ส” รายงานเมื่อ 25 ม.ค. ว่า รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตรียมร่างคำสั่งผู้บริหารอีก 2 ฉบับ เพื่อลดบทบาทและเงินอุดหนุนของสหรัฐฯ ต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ โดยร่างคำสั่งฉบับแรกรวมถึงจะให้ยกเลิกเงินอุดหนุนองค์กรของยูเอ็นและองค์กรระหว่างประเทศทั้งหมดที่ให้สมาชิกภาพเต็มตัวต่อปาเลสไตน์ สนับสนุนโครงการทำแท้งหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านหรือเกาหลีเหนือ จะยุติเงินอุดหนุนองค์กรที่ควบคุมหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของประเทศใดๆ ที่สนับสนุนการก่อการร้ายหรือถูกกล่าวโทษว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ

คำสั่งฉบับแรกจะขอให้ลดเงินสนับสนุนองค์กรระหว่างประเทศลงทั้งหมดอย่างน้อย 40% และตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาทบทวนเงินสนับสนุนกองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็น โดยเท่าที่ผ่านมาสหรัฐฯให้เงินช่วยปฏิบัติการยูเอ็นมากที่สุดถึง 22% ให้กองกำลังรักษาสันติภาพยูเอ็น 28% ตกปีละ 7,800 ล้านดอลลาร์ การลดเงินสนับสนุนจะกระทบปฏิบัติการรักษาสันติภาพของยูเอ็น 16 แห่งทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาอย่างรุนแรง

ร่างคำสั่งฉบับที่ 2 จะขอให้ทบทวนสนธิสัญญาพหุภาคีทั้งหมดที่มีอยู่หรือกำลังเจรจา และพิจารณาว่าจะถอนตัวจากข้อตกลงเหล่านี้หรือไม่ คำสั่งทบทวนครอบคลุมสนธิสัญญาที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือการค้าระหว่างประเทศ แต่อาจกระทบ “ข้อตกลงปารีส” ว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งทรัมป์เคยประกาศจะถอนตัวด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคาดว่าทรัมป์จะสั่งให้รื้อฟื้นโครงการ “คุกลับ” ของสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ที่เคยตั้งขึ้นในประเทศต่างๆ เพื่อสอบสวนผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายด้วยวิธีการทรมานหลังเหตุวินาศกรรม “9/11” ส่วนทรัมป์ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ “เอบีซี” ว่าการทรมาน รวมทั้ง “วอเตอร์-บอร์ดดิ้ง” ใช้ผ้าคลุมหน้าราดน้ำรีดความลับผู้ต้องสงสัยนั้น “ได้ผล” แม้จะผิดกฎหมาย แต่จะให้ซีไอเอและผู้นำกระทรวงกลาโหมตัดสินใจว่าจะรื้อฟื้นหรือไม่ ทรัมป์ยังระบุว่า ต้อง “ใช้ไฟสู้กับไฟ” เมื่อกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ฆ่าตัดหัวชาวอเมริกันและชาติอื่นๆ

ทรัมป์ยังย้ำว่า เม็กซิโกต้องจ่ายค่าสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯกับเม็กซิโกยาว 3,200 กม. มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ดังที่ตนประกาศ สหรัฐฯจะควบคุมพรมแดนเองทั้งหมด จะจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์พรมแดนเพิ่มอีก 10,000 นาย และว่าประเทศที่ไม่มีพรมแดนไม่ใช่ประเทศ แต่ประธานาธิบดีเอนริโก เปนญา นีเอโต แห่งเม็กซิโก แถลงว่าเสียใจในแผนของทรัมป์ เม็กซิโกไม่เชื่อในการสร้างกำแพง และจะไม่จ่ายค่าสร้างกำแพง ส่วนที่นิวยอร์ก ฝูงชนหลายพันคนชุมนุมประท้วงแผนสร้างกำแพงและต่อต้านคนต่างด้าวของทรัมป์.

 

Leave a comment