ส่องเกษตร : โครงการพระราชดำริรัชกาลที่ ๑๐

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247812

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์เมื่อค่ำวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ความว่า

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทยเชิญข้าพเจ้าขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ว่า เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

สั้นๆกระชับชัดเจนว่า ในการทรงราชย์ขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ “เพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง” หรือก็คือการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงประกาศพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งตลอดรัชสมัย 70 ปีของพระองค์ท่าน ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามพระราชปณิธานดังกล่าว จนเป็นที่ประจักษ์ทั้งต่อปวงชนชาวไทยและชาวโลก อีกทั้งได้ถ่ายทอดพระราชปณิธานสืบต่อไปยังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ แล้ว

พระราชปณิธานเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ ซึ่งในตอนหนึ่งของรายการ“ศาสตร์พระราชาสู้การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่กับการสืบสานพระราชปณิธานด้านเกษตรสรุปความได้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารมีมากมาย ซึ่งนอกจากจะทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทแล้ว ยังน้อมนำ“ศาสตร์พระราชา”แห่งในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไปขยายผลเป็นคุณประโยชน์อนันต์ต่อพสกนิกรทุกพื้นที่ของประเทศ

อาทิ “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่” ซึ่งพระราชทานพระราชาอนุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีการเกษตรหรือนวัตกรรมที่เหมาะสม
ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแรงจูงใจ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการเกษตร สร้างความเชื่อมโยงองค์กรวิจัยและพัฒนาภาคเกษตร กับกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่

1.คลินิกพืช ช่วยแก้ปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช วัชพืช สารพิษตกค้าง การขาดธาตุอาหารพืช และวัตถุมีพิษการเกษตร 2.คลินิกดิน ช่วยวิเคราะห์ ตรวจสอบ ดินและปุ๋ย 3.คลินิกสัตว์ ช่วยแก้ปัญหาโรคสัตว์ ตรวจรักษาพยาบาล ควบคุมบำบัดและฉีดวัคซีนแก่ปศุสัตว์ 4.คลินิกประมง เผยแพร่องค์ความรู้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมทั้งแก้ปัญหาโรคสัตว์น้ำและปรับปรุงคุณภาพน้ำ 5. คลินิกบัญชี ให้คำแนะนำและส่งเสริมการจัดทำบัญชีฟาร์ม เพื่อการบริหารจัดการที่ดี 6.คลินิกชลประทาน ให้ความรู้และหลักวิชาการในการบริหารจัดการน้ำ 7.คลินิกสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกร รวมกันเป็นสหกรณ์ และ 8.คลินิกกฎหมาย ดำเนินงานด้านกฎหมายที่ดิน

นอกจากนี้ ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ เคยพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ 1,350 ไร่ ในอ.แม่ริม เชียงใหม่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ“คลินิกเกษตร” เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โดยแบ่งพื้นที่ 70% เป็นป่าไม้ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยววนเกษตร ใช้ศึกษาธรรมชาติ ที่เหลือเป็นที่ตั้งศูนย์เรียนรู้ พื้นที่ทรงงานและแปลงสาธิต เพื่อพัฒนาเกษตรแบบครบวงจร ปัจจุบันขยายเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรอาทิ การเพาะชำกล้าไม้โตเร็วแจกจ่ายราษฎรนำไปปลูกป่า “ไม้ใช้สอย ไม้โตเร็ว”สำหรับใช้เป็นถ่านและฟืน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ราษฎรผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวมวลกับเชื้อเพลิง
อื่นๆทดแทนฟืน เพื่อให้ราษฎรรัก หวงแหนป่าไม้และเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอีกด้วย เป็นต้น

ครับ นับจากนี้ กระทรวงเกษตรฯคงจะรับสนองพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ในการพัฒนาการเกษตรทั้งโครงการเก่าและโครงการใหม่ๆที่จะมีพระราชดำริตามมา เพื่อประโยชน์สุขแห่งเกษตรกรไทยทั้งปวงต่อไป

สาโรช  บุญแสง

Leave a comment