ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2560 23:00
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/851905

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ. ศาลอุทธรณ์ประจำเขตที่ 9 แห่งสหรัฐอเมริกา (United States Court of Appeals for the Ninth Circuit) ปฏิเสธคำร้องอุทธณ์จากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ขอให้มีการรเร่ิมบังคับใช้คำสั่งระงับวีซ่าชาติมุสลิม 7 ประเทศและงดรับผู้อพยพชั่วคราวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ใหม่ในทันที หลังจากเมื่อวันศุกร์ ผู้พิพากษาศาลรัฐวอชิงตันมีคำสั่งระงับคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าว
ทั้งนี้ คำสั่งระงับวีซ่าชาติมุสลิม 7 ประเทศ ประกอบด้วย อิหร่าน, อิรัก, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซีเรีย และเยเมน เป็นเวลา 90 วัน และห้ามผู้อพยพทั้งหมดเข้าประเทศเป็นเวลา 120 วันของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกมองอย่างกว้างขวางว่า ไม่ชอบธรรมและเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่นายทรัมป์ระบุว่า คำสั่งนี้จำเป็นในการปกป้องสหรัฐฯ จากผู้ก่อการร้ายอิสลามิสต์
อย่างไรก็ดี ในวันศุกร์ที่ 3 ก.พ. ผู้พิพากษา เจมส์ โรบาร์ต ออกคำสั่งระงับคำสั่งแบนของทรัมป์ โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่นายทรัมป์ใช้การโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อ 11 ก.ย. 2001 เป็นเหตุผลในการอ้างความชอบธรรมแก่การออกคำสั่งดังกล่าว โดยผู้พิพากษาโรบาร์ตระบุว่า นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ไม่มีการโจมตีบนแผ่นดินสหรัฐฯ ที่เกิดจากฝีมือของพลเรือนทั้ง 7 ประเทศที่ถูกแบนเลย การที่คำสั่งของนายทรัมป์จะกลายเป็นกฎหมายได้นั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และไม่ใช่จินตนาการ

เจมส์ โรบาร์ต ผู้พิพากษาศาลแขวงเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน
หลังจากผู้พิพากษาโรบาร์ตมีคำสั่งออกมา ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์โจมตีทันทีว่า ความเห็นของผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้พิพากษาคนนี้น่าหัวเราะสิ้นดี “ประเทศเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งสามารถระงับคำสั่งห้ามการเดินทางของกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ และทุกคนแม้แต่ผู้ที่มีควมประสงค์ร้ายสามารถเข้าสู่สหรัฐฯ ได้?” เขายังยืนยันกับผู้สื่อข่าวที่รีสอร์ตส่วนตัวของเขาในรัฐฟลอริดาด้วยว่า “เราจะชนะ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ เราจะชนะ”
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ประจำเขตที่ 9 แห่งสหรัฐอเมริกา โดยโจมตีเหตุผลของผู้พิพากษาโรบาร์ตว่า ละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจ (ฝ่ายนิติบัญญัติ , ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายตุลาการ) และก้าวล่วงอำนาจของประธานาธิบดีที่อยู่ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด และยืนยันว่า คำสั่งของนายทรัมป์ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติระหว่างชาวคริสต์และมุสลิม แต่ในที่สุดศาลอุทธร์ฯ ก็ตัดสินใจไม่รับคำร้องของกระทรวงยุติธรรม
อนึ่ง ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนานเพื่อตัดสินชะตาคำสั่งแบนของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่คำสั่งของผู้พิพากษาโรบาร์ตกับการตัดสินของศาลอุทธรณ์ฯ ทำให้เกิดโอกาสช่วงสั้นๆ สำหรับนักเดินทางจาก 7 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งแบนบองนายทรัมป์เพื่อเข้าสู่สหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิระบุว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล และคาดว่าจะเริ่มรับผู้อพยพอีกครั้งในวันจันทร์นี้