ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 01:40
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859354

นอกจากนี้ นายอดัม ชิฟฟ์ สมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเดโมแครต เผยว่า ทั้งที่นายทรัมป์รู้เรื่องของฟลินน์ที่ไปคุยกับท่านทูตรัสเซียมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉยไม่ได้บีบให้ลาออก กระทั่งนักข่าวนำข้อมูลออกมาตีแผ่ นายทรัมป์จึงออกมาเหมือนปกป้องนายฟลินน์ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องที่กระทำความผิดแต่อย่างใด และนี่ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่เจ้าพนักงานฝ่ายบริหารคนหนึ่งที่ถูกจับได้ว่ากำลังโกหก แต่เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสำหรับประธานาธิบดีที่ถูกจับได้ว่ากำลังโกหก และเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่
ขณะเดียวกัน นสพ.เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ยังรายงานข่าวว่า กลุ่มคนทำงานด้านการรณรงค์หาเสียงให้ทรัมป์เคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียหลายครั้งก่อนที่จะชนะการเลือกตั้ง พร้อมระบุว่า มีทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่อดีตและปัจจุบัน 4 คน เพราะมีการบันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ติดต่อกันหลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทรัมป์ทิ้งระยะห่างความสัมพันธ์ของตัวเองกับที่ปรึกษา เกี่ยวกับความสัมพันธ์รัสเซีย เช่นเมื่อปลายเดือน ส.ค.ปีกลาย นายพอล มานาฟอร์ต ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานรณรงค์หาเสียงให้ทรัมป์ หลังสำนักข่าวเอพีรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่นายมานาฟอร์ตแอบช่วยวิ่งเต้นให้กับพรรครัฐบาลเก่ายูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซีย
วันเดียวกัน นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ประกาศว่า ทางทำเนียบขาวพร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้สาธารณชนคนทั่วไปเข้าไปเยี่ยมชมอาคารสิ่งปลูกสร้างประวัติศาสตร์อายุ 224 ปี ในวันที่ 7 มี.ค.นี้ ซึ่งถือว่านานเกือบ 7 สัปดาห์นับแต่ นายทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีประเทศ หลังถูกกลุ่ม ส.ส.กดดันให้เปิดเป็นสถานที่เที่ยวชมต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวปีละหลายแสนคน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหลังพิธีสาบานเข้ารับตำแหน่ง ส่วนนางเมลาเนียวางแผนจะยังอยู่ที่ทรัมป์ ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก จนกว่า ด.ช.บารอน ลูกชายวัย 10 ขวบเรียนจบ.