ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/255126
เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากงานเบื้องหลังมาพอสมควร และวันนี้เขาก็ได้สานฝันในวัยเด็กของตัวเองให้เป็นจริงแล้ว กับงานเบื้องหน้า ของ “จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร”
สวัสดีครับจี๋นะครับ ตอนนี้กำลังมีผลงานที่ออนแอร์อยู่คือซีรี่ส์เรื่อง “กลรักเกมมายา” ทาง True4u ช่อง 24 เป็นการแสดงซีรี่ส์เรื่องแรกอย่างเป็นทางการของผม สำหรับผลงานเต็มตัวเรื่องนี้ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาครับที่ทำให้ผมได้มาเล่นเรื่องนี้ คือผมเป็นนักแสดงในสังกัดของ “พี่หน่อง” (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) แล้ว “พี่เมย์” ที่เป็นผู้จัดซีรี่ส์ไปเจอผมที่งานรับปริญญาก็เลยชวนให้ลองมาแคส ต้องบอกว่าผมสนใจมากสำหรับงานชิ้นนี้ แต่ว่าตอนแรกบทที่ผมได้แคสจะเป็นบทแบบร้ายนิดๆ ด้วยความที่ผมอาจจะยังไม่มีประสบการณ์แววตามันก็เลยยังไม่ออก แววตาเรากลับไปออกเป็นแววตาแห่งความมุ่งมั่น ผมก็เลยได้มาเล่นเป็นเพื่อนสนิทของพระเอก (จอง อิลอู) ได้เล่นเป็นนักข่าว ส่วนผลงานอีกเรื่องก็คือซิทคอม “ครอบครัวตัวสลับ” ออกอากาศวันจันทร์ เวลาสามทุ่มยี่สิบ ดูกลรักเกมมายาจบก็ดูครอบครัวตัวสลับต่อเลยครับเครียดๆ ก็มาหัวเราะคลายเครียดเลยเป็นซิทคอมอารมณ์ดี เป็นคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันสุดขั้วเลยครับ เรื่องนี้คือทุกคนในบ้านเข้าจะสลับตัวกัน แต่ว่าผมเป็นคนเดียวที่ไม่ได้สลับตัวกับใคร เพราะว่าผมเล่นเป็นเด็กข้างบ้านที่ชอบเข้ามาป่วนบ้านนี้ มันก็จะมีเรื่องโก๊ะๆ สนุกสนานต้องติดตามนะครับ คือบางคนพอบอกว่าเป็นซิทคอมก็จะมองว่าเรื่องราววนอยู่ในสถานการณ์ไม่มีอะไร แต่ผมว่าเรื่องนี้นอกจากจะดูสนุกแล้วคลายเครียดก็ยังมีข้อคิดใส่เข้าไปเยอะมาก

เห็นฝีมือการแสดงตัวเองแล้วเป็นยังไงบ้าง
เรื่องแอ๊กติ้งเราก็พอมีประสบการณ์มาบ้างแต่ว่าลงสนามจริงมันก็แตกต่างนะครับ โชคดีที่ว่าเราได้ “พี่เอ๋” (ศุภกร เหรียญสุวรรณ) ซึ่งเป็นผู้กำกับของเรื่องนี้ และพี่เมย์ที่ช่วยดึงความสามารถของผมออกมาได้จนสุดทางทำให้ได้รู้ว่าตัวละครตัวนี้เป็นยังไงความต้องการคืออะไร ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะตีความความคิดของตัวละครออกมาให้คนดูได้เห็นเป็นการกระทำ ถ้าถามคนเล่นทุกคนไม่ว่าใครที่พอมาดูผลงานตัวเองก็มักจะ เฮ้อ…ตรงนี้เราน่าจะอีกนิดหนึ่งนะ ฉากนี้น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ผมเองมีความรู้สึกว่ายังมีอีกหลายช็อตที่อยากจะทำออกมาให้ดีกว่านี้แต่ว่าโดยรวมก็ถือว่าพอใจครับ คือเรื่องกลรักเกมมายาเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วก็เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์คดีอาชญากรรมของนักการเมืองที่คาบเกี่ยวกับวงการบันเทิง พระเอกเป็นพีอาร์ของบริษัทดูแลนักแสดง แต่แม่เขาเกิดอุบัติเหตุซึ่งมันดูไม่ใช่อุบัติเหตุแต่ว่ามีคนตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้น ผมเองเล่นเป็นนักข่าวที่เป็นเพื่อนสนิทกับพระเอก เป็นนักข่าวที่มีอุดมการณ์สูงมากยอมตายเพื่อความยุติธรรม แล้วยิ่งเป็นแม่ของเพื่อนสนิทมาเกิดอุบัติเหตุที่มีเงื่อนงำแบบนี้เราก็ยิ่งยอมไม่ได้ ก็ยิ่งตามล่าหาความจริง ตัวละคร “กิต” จะค่อยๆ ดึงเรื่องราวให้คนดูเข้าใจ
ประชันบทบาทกับซุป’ตาร์เกาหลี
กับอิลอูหลังฉากเราคุยกันด้วยภาษาอังกฤษครับ ในฉากต่างคนต่างพูดเขาพูดเกาหลีผมก็พูดเป็นภาษาไทย โดยที่ผมจะทำการบ้านกับบทมา แต่พอเวลาที่มาเข้าฉากกันแล้วระหว่างที่เขาพูดภาษาเกาหลีแต่ว่าความรู้สึกหรือว่าอินเนอร์ที่เขาส่งมามันกระแทกหน้าผมชนิดที่ว่าภาษาไม่ใช่กำแพงของความเข้าใจอีกต่อไปเลย ถือว่าเป็นโอกาสดีมากๆเลยครับที่ได้เล่นเรื่องนี้คือต้องขอบคุณพี่เอ๋และพี่เมย์มากๆที่ให้โอกาสผมได้พัฒนาฝีมือและได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายเกี่ยวกับการแสดง

ว่าด้วยเรื่องความฝันในวัยเด็ก
คือสิ่งนี้แหละครับที่ผมอยากจะทำ คือการเป็นนักแสดง ผมรู้ตัวครั้งแรกตอน ม.1 ครับ ครั้งแรกเลยครับที่รู้ตัวว่าต้องการที่จะทำอะไรจริงๆ คือก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเป็นคนขี้เบื่อครับ ผมก็เลยคิดว่าสิ่งไหนนะที่มันจะเหมาะกับเราที่เราจะได้ทำอะไรใหม่ๆเรื่อยๆ เพื่อที่เราจะได้ไม่เบื่อ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือการแสดงที่เราได้แสดงในหลากหลายบทบาทเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทั้งดี ร้าย และตลก มันก็ตอบโจทย์เราด้วยครับ แล้วพอเราได้มาทำจริงๆ เรารู้สึกว่าเราหลงใหลในสิ่งนี้เลยครับ มันเหมือนเป็นการหลบหนีจากตัวเองในช่วงขณะระหว่างที่เราได้เล่นเป็นใครสักคนแต่ว่าปัญหาของผมมันคือผมเป็นคนขี้อายมาก ไม่มีเลยการประกวด ไม่เคยไปประกวดเวทีอะไรที่มันเกี่ยวกับการแสดงที่ตอบโจทย์ความฝันของตัวเองเลย อยากจะแสดงแต่ก็ไม่กล้า แต่ระหว่างนั้นผมก็มีทำงานเบื้องหลังมาเรื่อยๆเรียนด้านเบื้องหลังและได้มีโอกาสไปกำกับโฆษณาไปเขียนบทบ้าง เก็บเกี่ยวงานเบื้องหลังมาพอสมควรครับ ก็ถึงเวลาที่เราอยากจะมาหาประสบการณ์เบื้องหน้าบ้าง
ครอบครัวคือแรงผลักดันที่สำคัญ
จริงๆ แล้วครอบครัวจะสนับสนุนผมทุกครั้งไม่ว่าผมจะทำอะไร ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร เหมือนครอบครัวจะสนับสนุนอยู่ห่างๆ เราก็มาทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ คือเราก็โตแล้วด้วยนะครับดูแลตัวเองได้ คุณพ่อ (พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร) ก็ทำงานของเขาผมก็ทำหน้าที่ของผมคือเป็นคนละสายงานกัน แต่ผมก็เป็นคนชอบดนตรีและชอบฟังเพลงนะครับ เคยทำวงดนตรีกับกลุ่มเพื่อนๆ สมัย ม.4 ทำได้สักช่วงหนึ่งก็แยกย้ายกันไป สมาชิกในวงต่างคนก็ต่างมีความรับผิดชอบ แยกย้ายไปตามความฝันของตัวเอง ผมเองก็เดินมาอีกทาง แต่ว่ามันก็เป็นสายงานที่ใกล้เคียงกัน กับคุณพ่อ คุณพ่อไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องเป็นอะไรยังไง เขาค่อนข้างอยากให้ผมเป็นในสิ่งที่อยากจะเป็นมากกว่า สนับสนุนในสิ่งที่ผมอยากจะเป็นเขาเห็นผลงานเรา เขาก็บอกว่าดีๆ ไม่ค่อยได้พูดอะไรเขาเองก็ยุ่งกับงาน

ขอพิสูจน์ฝีมือด้วยตัวเอง
ผมอยากจะทำงานตรงนี้ด้วยการพิสูจน์ฝีมือของเราเอง ไม่ค่อยได้เปิดเผยกับใครว่าเราเป็นลูกใคร เพราะว่าไม่อยากให้คนอื่นที่เขาให้โอกาสผมเพราะว่าผมเป็นลูกพ่อผมอยากไปถึงจุดที่ผมต้องการด้วยศักยภาพของตัวเอง หลายคนที่อยู่ในรุ่นคุณพ่อหรือรุ่นโตๆ ก็คงจะรู้จักพ่อผมอยู่แล้วว่าประสบความสำเร็จขนาดไหน แต่ถ้าจะให้ยกเรื่องใดเรื่องหนึ่งของคุณพ่อมาเป็นแบบอย่างผมคงยกเรื่องกำลังใจ เพราะคุณพ่อผมเป็นคนที่มีกำลังใจในตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเครียดขนาดไหน พ่อผมไม่เคยหมดกำลังแล้วก็จะสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้างเสมอ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเดินตามรอยและยกย่องพ่อในตรงนี้มากๆ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ได้หาได้ในทุกคนนะครับการที่มีกำลังใจในตัวเองแล้วแบ่งมันต่อไปสู่คนอื่นด้วย
ฝากผลงาน
ขอฝาก “กลรักเกมมายา” ด้วยนะครับ เรื่องนี้นอกจากผมแล้วพี่ๆ นักแสดงและพี่ๆ ทีมงานทุกคนตั้งใจกันมาก เราถ่ายทำกันหนักมากตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม เป็นเวลา 3 เดือนทุกวันเลย ส่วนเรื่อง “ครอบครัวตัวสลับ” ก็เป็นอะไรที่เบาสมองมากขึ้นนอกจากความสนุกความเพลิดเพลินแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกอย่างก็คืออยากจะให้ทุกคนในครอบครัวเข้าใจซึ่งกันและกัน อยากให้สถาบันครอบครัวของทุกคนแข็งแรงเพราะว่าทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัวครับ

