‘ทันตะอาสา’ช่วยประชาชน ตรวจฟันฟรี…‘ทำดี’ถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/252874

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ฟัน”…

ถือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามนุษย์เมื่อเกิดมาชั่วชีวิตจะมีฟันได้เพียง 2 ชุด ประกอบด้วย “ฟันน้ำนม” จำนวน 20 ซี่ จะอยู่กับเราในช่วงวัยเยาว์ กระทั่งเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะค่อยๆถูกแทนที่ด้วย “ฟันแท้” จำนวน 32 ซี่ โดยฟันแท้นี้ถือเป็น “ชุดสุดท้าย” หากมีเหตุให้ฟันหัก หรือต้องถอนฟันออก จะไม่มีฟันชุดใหม่งอกขึ้นมาอีก มีแต่จะต้องพึ่ง…

ฟันปลอม!!!

ด้วยเหตุนี้การดูแล “สุขภาพช่องปาก” จึงถูกสอนตั้งแต่เด็กน้อยในวัยเริ่มรู้ความ สร้างสุขนิสัยที่ดีเพื่อรักษาฟันให้อยู่ติดตัวไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าฟันรวมถึงเหงือกก็ไม่ต่างจากอวัยวะอื่นๆในร่างกายที่มีโอกาสพบกับ “ภาวะเจ็บป่วย” ต้องทำการรักษา แน่นอนว่าย่อมมี “ค่าใช้จ่าย” มากพอสมควร หากเป็นคนมีเงินทองเหลือเฟือคงไม่เป็นไร แต่กับชาวบ้านธรรมดา “หาเช้ากินค่ำ” รายได้ไม่มากนัก รายจ่ายจำนวนนี้ ถือเป็นอีก…

ความทุกข์!!!

15 ม.ค.2560 ที่ “สนามม้านางเลิ้ง” ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ “ชมรมทันตะอาสา” เครือข่ายทันตแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกับอีกหลายหน่วยงานนำคณะทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่ทันตกรรม รวมถึงประชาชนจิตอาสา จัดโครงการตรวจสุขภาพฟันและรักษาโรคทางทันตกรรมให้แก่ประชาชนทั่วไป “ฟรี”

บรรยากาศตลอดทั้งวันมีประชาชนให้ความสนใจเข้ามารับบริการเป็นจำนวนมาก อาทิ “มนตรี” วัย 65 ปี เดินทางมาจาก จ.ระยอง เพื่อมาเยี่ยมลูกสาวที่ศึกษาอยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อได้ยินข่าวก็คิดว่าจะมาขอ “ถอนฟัน” แต่เนื่องจากตรวจพบความดันโลหิตสูงแพทย์จึงยังไม่แนะนำให้ถอน ซึ่งคุณลุงรายนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีที่มีโครงการนี้ และอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ

เช่นเดียวกับ “บุษกร” อายุ 38 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ที่มาทำงานรับจ้างเย็บผ้าใน กทม. เล่าว่า เพื่อนที่มารอรับบริการ “อุดฟัน” แต่เช้า โทรศัพท์มาชวน จึงเดินทางตามมาในช่วงสายๆ พบว่าบรรยากาศ “เป็นกันเอง” ทันตแพทย์พยายามพูดคุยสนุกสนาน เพื่อไม่ให้รู้สึกเกร็งและเครียดเวลาทำการรักษา

ด้าน “ประจวบ” อายุ 49 ปี ชาว จ.สุโขทัย กล่าวว่า ปกติทำงานด้านขนส่งพัสดุอยู่ย่านหัวลำโพง ต้องเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆบ่อยครั้ง รายได้ไม่มากนักเมื่อทราบว่ามีโครงการตรวจสุขภาพและรักษาโรคฟันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ จึงรีบมารอแต่เช้าตรู่เพื่อ “ขูดหินปูน-ถอนฟันคุด”

“โครงการนี้ดีมาก ทำให้คนยากจน คนรายได้น้อยที่ไม่ค่อยจะมีเงินเท่าไรได้เข้าถึง” ประจวบ กล่าว

ทันตแพทย์พิทักษ์   ไชยเจริญ

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้…“ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ” ประธานชมรมทันตะอาสา กล่าวว่า มาจากการรวมตัวของเครือข่ายทันตแพทย์ ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ในช่วงแรกเป็นการรวมตัวด้วยความกังวลกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำเสนอ ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. … ที่มีข้อกำหนดให้ทันตแพทย์ต้องเข้ารับการอบรมและประเมินเพื่อต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทุก 5 ปี ซึ่งได้มีการยื่นหนังสือคัดค้านไปเมื่อ 24 ก.พ.2559

หลังจากนั้น ในเดือน ธ.ค.2559 ที่ชมรมทันตะอาสา มีการจัดประชุมวิชาการด้านทันตกรรมครั้งใหญ่ โดยทางชมรมได้รับเกียรติอย่างสูงจาก “ศ.(พิเศษ) ทพญ.ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช” ผู้อำนวยการหน่วยทันตกรรมพระราชทาน และประธานมูลนิธิทันตนวัตกรรม มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายปาฐกถาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านทันตกรรมของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย

“ครั้งนั้นมีบริษัทเอกชน 14-15 บริษัท ที่มาช่วยสนับสนุน เราก็ได้เชิญหมอฟันจากทั่วประเทศเข้ามาฟังการอบรมซึ่งมีหลายเรื่อง แล้วการอบรมครั้งนั้นหมอฟันไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว พอหลังจากนั้นทางคณะกรรมการก็มาคิดกันว่าเราน่าจะทำอะไรให้ประชาชนบ้าง ก็เลยมีการจุดประกายในเรื่องนี้ หลังจากนั้นได้มีการประสานกับราชตฤณมัยสมาคมเพื่อขอใช้สถานที่ โดยมี เสธ.อ้าย หรือ พล.อ.บุญเลิศแก้วประสิทธิ์ เลขาธิการราชตฤณมัยสมาคมฯให้ความกรุณา” ทพ.พิทักษ์ กล่าว

“ประธานชมรมทันตะอาสา” ย้ำว่า โครงการในครั้งนี้สำเร็จได้ต้องขอบคุณผู้มี “จิตอาสา” ทุกฝ่าย ทั้งผู้ร่วมบริจาคเงินและเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น อาหารและน้ำดื่ม รวมถึงผู้มาร่วมลงแรงจัดสถานที่ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มารับบริการ ถือว่าทุกคนที่มาได้บุญได้กุศลเหมือนกัน ยืนยันว่าทางชมรมจะมีกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนเช่นนี้อีกต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

“เราระดมทันตแพทย์มา 50 ชีวิต ผู้ช่วยอีก 30 ชีวิต ยังไม่รวมคนอื่นๆ อีกที่เข้ามาช่วย กองทัพเรือก็ส่งทหารมา ทางสนามม้านางเลิ้งก็มีบุคลากรมาช่วยจำนวนมาก ทันตแพทย์ที่มาจากมหาวิทยาลัยทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล หรือบางคนก็มาจากต่างจังหวัด เชียงใหม่ สงขลา เขาเห็นว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์” ทพ.พิทักษ์ ระบุ

ขณะที่ “ทพ.บุญชู สุรีย์พงษ์” ทันตแพทย์อีกท่านที่ร่วมจัดตั้งโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดทั้งปีนี้ทางเครือข่ายจะจัดโครงการให้ได้เฉลี่ย 2-3 เดือนต่อครั้ง ส่วนการเลือกใช้ราชตฤณมัยสมาคมฯ เป็นสถานที่จัดโครงการถือว่าเหมาะสม เพียงแต่ครั้งต่อๆไปอาจต้องประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

ย้อนไปเมื่อกว่า 4 ทศวรรษก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบว่าในขณะนั้นมีทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลน้อยมาก บางจังหวัดไม่มี ส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลมีปัญหาสุขภาพปากและฟันค่อนข้างมาก จึงทรงมีรับสั่งว่า…

“…การจะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟัน หยุดการทำนา ทำไร่ เดินทางไปหาหมอนั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงข้ามหากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง…”

จากกระแสรับสั่งดังกล่าว จึงเกิดเป็น “หน่วยทันตกรรมพระราชทาน” โดยพระองค์พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อรถยนต์ พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทำฟัน ทรงมอบหมายให้ ทพ.สี สิริสิงห์ ทันตแพทย์ประจำพระองค์ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะทันตแพทย์อาสา ออกตรวจรักษาโรคฟันให้กับประชาชนในชนบท รวมถึงให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพปากและฟันแก่เด็กและเยาวชนด้วย

ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าสลดของประชาชนคนไทย เมื่อ “พ่อหลวง” เสด็จสวรรคต พสกนิกรทั่วสารทิศเดินทางมาเพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพของพระองค์ ณ พระบรมมหาราชวัง และราชตฤณมัยสมาคมฯ ถูกเลือกให้เป็น “ที่พัก” สำหรับผู้มาไกลจากต่างจังหวัด

เครือข่ายทันตแพทย์ จึงเลือกสถานที่แห่งนี้จัดโครงการขึ้น หวังช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด เพื่อสืบสาน “พระราชปณิธาน” ของพระองค์ท่าน ด้วยการ…

ทำความดี!!!

Leave a comment