ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วันพ่อขุนรามคำแหง’ ภูมิวันประวัติศาสตร์เมืองสุโขทัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253407

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แสดง-ระบำสุโขทัย

สืบเนื่องจากการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันศุกร์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๓๗๖ นั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เสนอ เมื่อพ.ศ.๒๕๓๓ โดยเสนอให้วันที่ ๑๗ มกราคม ทุกปี เป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” ซึ่งเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกกำหนดขึ้นเป็นครั้งแรก

ดังนั้นในโอกาสที่พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานกำแพงเพชร โดยบูรณาการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของอนุสัญญามรดกโลกนั้น จึงได้ร่วมพิธีวันพ่อขุนรามคำแหงในปีนี้ด้วย นอกจากพิธีการบวงสรวงอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงแล้ว ยังได้มีการแสดงแสงเสียงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เห็นถึงวีรกรรมการชนช้างอันเป็นที่มาของชื่อรามคำแหงและคุณูปการของพ่อขุนที่ครองแผ่นดินแบบพ่อปกครองลูก  เรื่องราวของพ่อขุนรามคำแหงนั้นถือเป็นกษัตริย์ไทยที่รู้จักผ่านหลักศิลาจารึกที่ถูกยกย่องว่าเป็นบันทึกความจำของโลก ผ่านเครื่องสังคโลกและลายสือไทยซึ่งเป็นต้นกำเนิดภาษาไทยที่ใช้จนถึงวันนี้  พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์หรือพ่อขุนบางกลางหางปฐมกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งมีประวัติเล่าปรากฏในจารึก ๑๔ บรรทัดแรกว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระมเหสีคือ พระนางเสือง มีพระราชโอรสสามพระองค์ พระราชธิดาสองพระองค์ พระราชโอรส องค์ใหญ่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเยาว์ องค์กลางมี พระนามว่า บานเมือง และพระราชโอรสองค์ที่สาม คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อพระชันษาได้ ๑๙ ปี นั้น ได้ชนช้างชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด  พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ จึงพระราชทานนามว่า “รามคำแหง” เมื่อสิ้นรัชสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๘๘๑  พ่อขุนบานเมืองได้ครองราชย์อีก ๖ ปี  พ่อขุนรามคำแหงต่อเป็นรัชกาลที่ ๓ แห่งราชวงศ์พระร่วง  ซึ่งปรากฏความถึงคุณูปการของพ่อขุนผู้นี้ในจารึกซึ่งมีการจารึกต่อความอีก ๓ ด้าน


พ่อขุนรามคำแหง

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงอัจฉริยภาพทั้งด้านการปกครอง แบบพ่อปกครองลูก สร้างเศรษฐกิจแบบใครใคร่ค้าค้า มีการจูงวัวไปค้าจูงม้าไปขาย  ทรงบำรุงศาสนาสร้างวัดและสร้างศิลปวิทยาต่างๆ  สร้างสรีดภงส์เก็บน้ำไว้ใช้  มีการสร้างเครื่องเคลือบส่งออก สิ่งสำคัญที่รู้จักกันดีคือพระองค์ได้ทรงคิดประดิษฐ์ลายสือไทยเมื่อประมาณพ.ศ.๑๘๒๖ เป็นกำเนิดของอักษรไทย พระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ในราวปี พ.ศ.๑๘๖๐ ทรงครองราชย์อยู่ประมาณ ๔๐ ปี แม้ว่าการศึกษาประวัติศาสตร์เดิมนั้นจะได้กำหนดให้อาณาจักรสุโขทัยเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวไทยก็ตาม แต่การสืบราชวงศ์และการศึกษาแหล่งกำเนิดชนชาติไทยก็เป็นเรื่องที่พบว่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ไทยมาก่อนแล้วในพื้นที่ทางตอนเหนือและมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์กษัตริย์โบราณผ่านยุคสมัยมานาน ตามหลักฐานและการสอบกับจารึกที่ค้นพบใหม่ โดยเฉพาะราชวงศ์ศรีนาวนำถุม ที่ครองเมืองศรีสัชนาลัยมาก่อน  มีพ่อขุนผาเมืองเป็นผู้ร่วมขับไล่ขอมและสถาปนาเมืองสุโขทัยด้วย ทั้งๆ ที่ยังมีอาณาจักรละโว้ภายใต้อำนาจขอมและเมืองอโยธยาอยู่ทางตอนใต้

ส่วนทางเหนือนั้นมีอาณาจักรล้านนาของพญามังรายมหาราช เมืองพะเยาของพญางำเมือง ซึ่งเป็นสหายร่วมยุคสมัยและสืบสายสัมพันธ์กันอยู่ หากมีการศึกษาเชื่อมความสำคัญถึงกันแล้วก็จะเห็นว่าอาณาจักรสุโขทัยนั่นแหละเป็นเมืองประสานสิบทิศจนสร้างชาติให้เติบโตในเวลาต่อมา


อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง


แสดง-สุโขทัยนี้ดีมีน้ำมีปลามีนามีข้าว


รำบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหง


ระบำจากเด็กสุโขทัย


แสดง-แสงเสียงและละคร


แสดง-วีรกรรมพ่อขุนรามคำแหง


สามพ่อขุน-สุโขทัย-ล้านนา-พะเยา


พ่อขุนรามคำแหงมหาราช


ลายสือไทย-อักษรไทย

Leave a comment