มะเร็งปากมดลูก ป้องกันง่ายกว่ารักษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253774

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย จับมือโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดโครงการ “Stop Cervical Cancer มะเร็งปากมดลูก ป้องกันง่ายกว่ารักษา” รวมพลังสร้างเกราะป้องกันให้ผู้หญิงไทยปลอดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย โดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และแพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รักษาการอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สนับสนุนให้ผู้หญิงไทยปลอดเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 2 ในแต่ละปี ด้วยโครงการ “Stop Cervical Cancer มะเร็งปากมดลูกป้องกันง่ายกว่ารักษา” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยานรีเวช และบรรดานักแสดงชื่อดังมากมายร่วมรณรงค์ในโครงการ เพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสเอชพีวี


ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์

ศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ กล่าวว่าโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้เปิดตัวโครงการ I Say “Yes” to Stop Cervical Cancer รวมพลังสร้างเกราะป้องกัน ต้านภัยมะเร็งปากมดลูก โดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธารวมน้ำใจช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ และช่วยปกป้องสตรีไทยให้ปลอดภัยจากภัยมะเร็งปากมดลูก ผ่านการบริจาคสมทบทุนและรับพวงกุญแจคีย์การ์ดที่ระลึก เพื่อรับสิทธิ์ให้กับตนเอง และส่งมอบอีกหลายสิทธิ์ให้กับคนรอบข้าง ในการเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเชื้อไวรัสเอชพีวี รวมไปถึงรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี กับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชและมะเร็งวิทยานรีเวช ณ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์โดยรายได้จากการจำหน่ายสมทบเข้ากองทุนผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปช่วยต่อชีวิตและเป็นความหวังแก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมาน สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยต่อไป นอกจากนี้ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยยังได้จัดบูธจำหน่ายหมวก จากแบรนด์ Issue และกระเป๋าจากแบรนด์ Vickteerut เพื่อระดมทุนหารายได้ในการจัดซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่เด็กด้อยโอกาสอีกด้วย

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสฤกพรรณวิไลลักษณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถิติผู้หญิงไทยที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่มีมากถึง 8,184 คนต่อปีซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังน่าเป็นห่วง การป้องกันตัวเองจากโรคนี้สามารถทำได้โดยการเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีซึ่งมีประสิทธิภาพป้องกันได้ถึงมากกว่าร้อยละ 90 ของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุหลักในการก่อมะเร็งปากมดลูก นอกจากการสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงแล้ว การบอกต่อให้แก่คนใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีลูกสาว เพราะวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป และเป็นการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ

“จากงานวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนเอชพีวีล่าสุดซึ่งติดตามการใช้วัคซีนชนิดนี้ในประเทศต่างๆยาวนานถึง 10 ปี พบว่า วัคซีนสามารถลดการติดเชื้อเอชพีวีที่ก่อมะเร็งปากมดลูกได้ถึงร้อยละ 90 และลดการเกิดรอยโรคก่อมะเร็งได้ถึงร้อยละ 85 จะเห็นว่าเชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ติดต่อกันได้ง่ายมาก ขณะที่วิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเอชพีวี ดังนั้น การเผยแพร่ความรู้และทำความเข้าใจที่ถูกต้องและการได้รับการป้องกันจากวัคซีนจึงเป็นเรื่องสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก


ศ.นพ.นิธิ มหานนท์

สำหรับโครงการ “Stop Cervical Cancer มะเร็งปากมดลูก ป้องกันง่ายกว่ารักษา” ที่ทางสมาคมได้ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก และส่งเสริมให้ทุกคนในสังคมตระหนักถึงภัยของโรคนี้ รวมทั้งเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้แก่ผู้หญิงไทย รวมถึงยกระดับการเรียนรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย”

ด้าน นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช หัวหน้างานศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวถึงการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูกไว้ว่า ผู้หญิงทุกคนควรหมั่นสำรวจตัวเองอย่างสมํ่าเสมอ รวมทั้งการพบสูตินรีแพทย์ เพื่อตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี การได้รับความรู้และทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของโรคนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะนำพาให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคมะเร็งปาดมดลูก

ปัจจุบันมีการให้บริการวัคซีนโดยการสนับสนุนของรัฐบาลเพื่อป้องกันไวรัสเอชพีวี ให้แก่เด็กหญิงอายุ11-12 ปี ในหลากหลายประเทศทั่วโลก เช่น ออสเตรเลียสหรัฐอเมริกา แคนาดา และกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว และบรูไน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตระหนักรู้ในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ยังเยาว์วัย พร้อมลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก โดยโครงการ Stop Cervical Cancer มะเร็งปากมดลูกป้องกันง่ายกว่ารักษา นอกจากเป็นการตอกย้ำการส่งเสริมการเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว ทางศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ยังได้จัดทำกิจกรรมสาธารณกุศลภายใต้ชื่อโครงการI Say “Yes” to Stop Cervical Cancer รวมพลังสร้างเกราะป้องกัน ต้านภัยมะเร็งปากมดลูก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ระดมทุนจัดหารายได้สมทบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ให้ได้เข้าถึงการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร

“สิ่งที่เราจะมอบให้กับผู้มีจิตอันเป็นกุศลที่ช่วยสนับสนุนโครงการนี้ ในฐานะของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสูตินรีเวชและมะเร็งวิทยานรีเวช คือการได้ร่วมดูแลปกป้องสตรีไทยให้ปลอดภัย และห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการ์ดในพวงกุญแจที่ผู้มีจิตศรัทธาได้รับเป็นที่ระลึก จากการร่วมบริจาคสมทบทุนสนับสนุนโครงการนั้น สามารถนำมารับสิทธิ์ให้กับตนเอง หรือส่งต่อสิทธิ์ให้กับผู้อื่นในการเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเชื้อไวรัสเอชพีวี หรือรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีกับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชและมะเร็งวิทยานรีเวช ณ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยสิ่งที่ผู้ให้จะได้คืนจากการร่วมโครงการนี้ นอกจากท่านจะได้ปกป้องตนเอง หรือคนที่ท่านรักให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งก็คือ ความภาคภูมิใจที่ท่านได้มีส่วนช่วยต่อชีวิตและเป็นความหวังแก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมาน สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยต่อไปและเราหวังว่าโครงการนี้จะเป็นการจุดประกายให้ผู้หญิงไทยและผู้ปกครองที่มีลูกสาวตระหนักถึงการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกก่อนจะสายเกินไป”

อนึ่ง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดทำพวงกุญแจคีย์การ์ดที่ระลึกในโครงการ I Say “Yes” to Stop CervicalCancer รวมพลังสร้างเกราะป้องกัน ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกขึ้นมาทั้งหมด 3 แบบ ประกอบด้วย พวงกุญแจคีย์การ์ดสีเขียว ราคา 790 บาท สามารถแลกรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 1 ครั้ง ณ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พวงกุญแจคีย์การ์ดสีขาว ราคา 1,590 บาท สามารถแลกรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและเชื้อไวรัสเอชพีวี ดีเอ็นเอ 1 ครั้งณ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พวงกุญแจคีย์การ์ดสีทอง ราคา 1,990 บาท สามารถแลกรับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีได้ 1 เข็ม ณ ศูนย์สุขภาพสตรีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดจะนำไปสมทบเข้ากองทุนผู้ป่วยยากไร้ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ให้ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และใช้ในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โทร.02-5766833-36 ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2560

 

Leave a comment