ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2560 14:12
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/863186

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าคดีลอบสังหารปริศนาสะท้านโลก นายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อสันนิษฐานอย่างกว้างขวาง เชื่อว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือคือตัวการที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารโดยใช้ยาพิษสุดเลือดเย็น ขณะที่ทางการมาเลเซียยังได้เผยแพร่ภาพชายเกาหลีเหนือ 3 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร คิม จอง นัม โดยชายทั้ง 3 ได้เดินทางออกจากมาเลเซียในวันเดียวกันหลังเกิดเหตุนั้น
บีบีซีแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 21 ก.พ. ทางการมาเลเซียได้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากขึ้นที่โรงพยาบาลกัวลาลัมเปอร์ โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้องเก็บศพ คิม จอง นัม โดยมีการส่งกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษพร้อมอาวุธหนักครบมือรักษาความปลอดภัยคุมเข้ม ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตมากขึ้นว่า คิม ฮาน ซอล บุตรชายคนโตของคิม จอง นัมได้เดินทางจากมาเก๊ามายังมาเลเซีย เพื่อรับศพบิดา

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมาเลเซียได้ปฏิเสธคำร้องขอจากสถานทูตเกาหลีเหนือ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ต้องการให้มาเลเซียส่งมอบร่างของคิม จอง นัมให้แก่เกาหลีเหนือ โดยทางการมาเลเซียยืนกรานจะส่งมอบศพให้จนกว่าจะได้รับดีเอ็นเอของคนในตระกูลคิมเสียก่อน นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่นิติเวชของมาเลเซียยังได้ชันสูตรศพคิม จอง นัมเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเปิดเผยผลการชันสูตรศพภายในสัปดาห์นี้

สำหรับเหตุลอบสังหารคิม จอง นัม ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ หลังจากเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกัวลาลัมเปอร์ กล่าวกับนักข่าวว่า ทางการมาเลเซียสมคบคิดกับต่างชาติ ที่กล่าวหาเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร คิม จอง นัม ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าว ถึงกับทำให้รัฐบาลมาเลเซียเรียกเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเปียงยางกลับประเทศ.
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลอบสังหารคิม จอง นัม ทำมาเลย์สะบั้นสัมพันธ์ เรียกทูตประจำโสมแดงกลับ