‘หมอดิน’ลุยส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ จับมือ‘เอดีบี’พัฒนากระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248883

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อการทำเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากเป็นการทำเกษตรที่ใช้การผลิตและการตลาดสมัยใหม่ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างลงตัว ช่วยเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดปัจจุบันที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพและการรักษาสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น เพื่อให้การทำเกษตรอินทรีย์ของไทยมีระบบและได้มาตรฐานยิ่งขึ้น กรมพัฒนาที่ดินจึงลงนามความร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ภายใต้โครงการ TA-REG 8163 Implementing the GMS Core Agriculture Support Program, Phase II และมีมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย หรือ มกอท (Thai Organic Agriculture Foundation, TOAF) เป็นองค์กรสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการ เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ด้วยกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee Systems, PGS) เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น และสนับสนุนให้ได้รับทักษะการบริหารจัดการ ตลอดจนฝึกอบรมเทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์และการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่สนใจ และพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตเกษตรอินทรีย์ นำไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ผู้บริโภคยอมรับ

ที่ผ่านมาได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย ภาคละ 1 แห่ง โดยพิจารณาจากกลุ่มเกษตรกรสนใจ ซึ่งแต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 50 ครัวเรือน โดยพื้นที่เป้าหมายที่ได้คัดเลือก ได้แก่ 1.กลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ทัพไทย สุรินทร์ สมาชิก 156 ครอบครัว พื้นที่ 1,765 ไร่ 2.กลุ่มอินทรีย์สุขใจ พี จี เอส นครปฐมสมาชิก 131 ครอบครัว พื้นที่ 872 ไร่ 3.กลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ พี จี เอส สมาชิก 99 ครอบครัว พื้นที่ 1,000 ไร่ 4.กลุ่มสหกรณ์สมุนไพรแม่มอก พี จี เอส ลำปาง สมาชิก 37 ครอบครัว พื้นที่ 103 ไร่ 5.กลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ จำกัด สมาชิก 33 ครอบครัว พื้นที่ 424 ไร่

โดยกลุ่มเกษตรกรนำร่อง 5 กลุ่มดังกล่าว ทำเกษตรผสมผสานในระบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าว พืชผัก เลี้ยงปศุสัตว์ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีเงินไหลเวียนในชุมชนกว่า 100 ล้านบาท/ปี หรือเฉลี่ย 200,000 บาท/ครอบครัว ซึ่งกลุ่มนำร่องทั้ง 5 กลุ่ม มีต้นทุนการพัฒนากลุ่มที่แตกต่างกัน เช่น ความเข้มข้นของการทำเกษตรอินทรีย์มีทั้งได้รับการรับรองและไม่ได้ขอการรับรอง การสนับสนุนจากหน่วยงาน หรือองค์กรภายนอก สภาพเศรษฐกิจ-สังคมและโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างกันจึงทำให้การนำระบบ PGS ไปเป็นเครื่องมือในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรมีกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่างกันเป็นที่น่าสนใจ ให้เป็นต้นแบบการพัฒนากลุ่ม PGS ต่อไป

Leave a comment