ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/249674
ลุ่มน้ำยม เป็นลุ่มน้ำหลักอีกลุ่มน้ำหนึ่งที่ยังมีปัญหาในเรื่องน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งซ้ำซาก เพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำได้มากเพียงพอที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยในแต่ละปีของลุ่มน้ำยมมีมากถึง 4,129 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่สามารถเก็บกักไว้เพียง 406 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
ที่ผ่านมาแม้จะมีความพยายามพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ต้นน้ำยม แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ยังคงเป็นแค่ความฝันของคนส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำยมต่อไป…..
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ใช่ว่าไม่มีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ กรมชลประทานจึงได้นำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2525 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเปาะตามพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเปาะ ในท้องที่บ้านลู ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ความตอนหนึ่งว่า
“…..ควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่างๆ ของแม่น้ำยม เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในเขตอำเภอสอง และอำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝน-ฤดูแล้ง และมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคตลอดทั้งปี…..”
กรมชลประทานได้นำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการศึกษาที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำยม ทั้งนี้จากการศึกษาเบื้องต้น พบว่าลุ่มน้ำยมมีจุดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอ่างเก็บน้ำได้ถึง 50 แห่ง แต่เมื่อพิจารณาศักยภาพที่จะสามารถก่อสร้างได้ มีประมาณ 22 แห่ง
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำทั้ง 22 แห่งดังกล่าวเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้งหมด มีความจุในระดับกักเก็บน้ำรวมกันได้ประมาณ 380 ล้าน ลบ.ม. แม้จะมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำยม และเมื่อรวมปริมาณความจุกับอ่างฯของเก่าที่มีอยู่แล้ว จะสามารถกักเก็บน้ำได้แค่ 19% ของปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำยมเท่านั้นก็ตาม แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขานั้นๆได้ดีกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะหากรอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีการต่อต้านสูง ก็ไม่รู้ว่าจะก่อสร้างได้เมื่อไหร่
“ในการจะพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีความเหมาะสมทั้ง 22 แห่งดังกล่าว กรมชลประทานจะพิจารณาสร้างอ่างฯในพื้นที่ที่ประชาชนร้องขอ ไม่มีการต่อต้านก่อน” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว
อ่างเก็บน้ำแม่แคมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีก 1 ใน 22 แห่งที่มีความเหมาะสมและประชาชนในพื้นที่ร้องขอ ไม่มีการต่อต้านใดๆ ในทางตรงข้ามประชาชนให้การสนับสนุน ต้องการให้มีการก่อสร้างโดยเร็ว โดยสร้างปิดกั้นลำห้วยแม่แคม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม ที่บ้านแม่แคม หมู่ที่ 7 ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากเมืองแพร่ไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตรตัวเขื่อนจะเป็นเขื่อนดิน มีความยาวของสันเขื่อน 358.56 เมตร ความกว้างสันเขื่อน 9.00 เมตร ส่วนสูงที่สุดประมาณ 34.20 เมตร มีความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก 8.57 ล้าน ลบ.ม.
ลำห้วยแม่แคม มีต้นกำหนดจากเทือกเขาผีปันน้ำ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยต่อปีประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม. มีความยาวลำน้ำประมาณ 17 กิโลเมตร ที่ไหลจากพื้นที่เขาสูงชันทางด้านทิศตะวันออกของพื้นที่ ลาดเอียงลงมาสู่แอ่งที่ราบเมืองแพร่ ทางด้านทิศตะวันตกของพื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่แคม ผ่านเขตเทศบาลและพื้นที่ชุมชนต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองแพร่ ดังนั้นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จนอกจากจะสร้างประโยชน์ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ ทำให้มีน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 5,300 ไร่ ตั้งแต่ตำบลสวนเขื่อนจนถึงพื้นที่ในเขตตำบลกาญจนา อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ แล้ว ยังจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองแพร่ ได้ในระดับหนึ่ง
รวมทั้งยังจะยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ด้านอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับแหล่งน้ำในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศน์ดีขึ้น ในส่วนของชาวบ้านยังจะมีรายได้เสริมจากการทำประมงอีกด้วย
นอกจากนี้ เนื่องจากอ่างฯแม่แคมอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองแพร่ ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุช่อแฮ หรือพระธาตุอินแขวนจำลอง ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศน์และวัฒนธรรมแห้งใหม่ของจังหวัด สร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนในพื้นที่
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างฯแม่แคม ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) โดยตัวเขื่อนจะไม่กระทบกับป่า แต่จะมีพื้นที่น้ำท่วมที่กระทบกับถนนหลวง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกรมทางหลวง ในการตัดถนนใหม่หรืออาจจะสร้างเป็นสะพานซึ่งอาจจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม แต่สามารถดำเนินการศึกษาระหว่างการก่อสร้างได้ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 4 ปี จะแล้วเสร็จสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณปี 2564 ใช้งบประมาณการก่อสร้างรวมประมาณ 700 ล้านบาท
การพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำยม แม้จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำขาดแคลน และปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่จำกัดเฉพาะลุ่มน้ำสาขานั้นๆ ความจำเป็นในการพัฒนาลุ่มน้ำหลักยังจะต้องเดินหน้าต่อไป แม้ในวันนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้
แต่สักวัน…ความฝันของคนส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำยม ที่อยากจะเห็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำยมคงจะเป็นจริงได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียว