ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/250530

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“แตกใบอ่อน” ฉบับสุดท้ายของปี 2559 คงต้องขอกล่าวคำอวยพรและ “สวัสดีปีใหม่” กับผู้อ่านทุกท่านเอาไว้ล่วงหน้า ขอให้มีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิต โรคภัยไข้เจ็บอย่าได้มาเบียดเบียนตลอดปี 2560 ที่กำลังจะมาถึง และปีต่อๆ ไปในอนาคตด้วยเทอญ
เหลียวหลังมองกลับไปตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา เกิดเรื่องเกิดราว เกิดปัญหาขึ้นมากมายกับเกษตรกรของไทย นับตั้งแต่การเกิดภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ไปจนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม อย่างปัญหาที่ดิน ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าตกต่ำ จนเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ต้องตกอยู่ในสภาพ “จุกอก” ไปตามๆ กัน
แต่ที่ย่ำแย่ไปกว่านั้น คงหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็แทบเรียกได้ว่า ยังทำงานกันได้ไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร โดยเฉพาะงานสำคัญ 11 ด้าน อาทิ การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต การยกระดับสินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย การโซนนิ่งพื้นที่การเกษตร การทำเกษตรแปลงใหญ่ และการผลักดันเกษตรทฤษฎีใหม่ จนทำเอา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกอาการ “ปรี๊ดแตก” ในคราวการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับขีดเส้นตายออกปากขู่ย้ายล้างบางกันตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงฯ รองปลัด อธิบดี รองอธิบดี ยันผู้ตรวจการ หากยังทำงานย่ำเท้าอยู่กับที่กันเช่นนี้
ดังนั้นเมื่อเงยหน้ามองไปถึงปี 2560 ที่ “บิ๊กฉัตร” เพิ่งประกาศขับเคลื่อนแผนงาน 11 ยุทธศาสตร์ อันประกอบไปด้วย 1.การจัดโซนนิ่งพื้นที่เกษตรพร้อม Agri-Map 2.โครงการเกษตรแปลงใหญ่ โดยขยายเป้าหมายเพิ่ม 1,500 แปลง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิต 3.การส่งเสริมศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตร หรือ ศพก. ให้เกษตรเรียนรู้การทำการเกษตรที่ถูกต้อง 4.การบริหารจัดการการปลูกข้าวทั้งระบบ 5.การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์
6.การส่งเสริมการเกษตร ทั้งในส่วนของเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Agriculture) 7.การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ 70,000 แห่ง 8.การวางเเผนป้องกันภัยแล้งและศัตรูพืช ซึ่งจะต้องมีความจัดเจนเป็นรูปธรรม 9.การกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานโดยตั้งเป้าปี 2560 ต้องครอบคลุมพื้นที่ 470,000 ไร่ 10.การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯในระดับภูมิภาค หรือ ซิงเกิล คอมมานด์และ11.สินค้าเกษตรปลอดภัยซึ่งจะเร่งดำเนินการในทุกมิติ
โดยทั้ง 11 เรื่องแม้จะไม่ใช่ “เนื้องาน” ใหม่ แต่เป็นการสานงานเดิมที่เคยทำมาแล้ว แต่หากประเมินจากผลงานในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ยังน่ากลัวว่าจะทำได้สำเร็จจริงหรือไม่
นี่ยังไม่นับรวมกับแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาและแผนการลดพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้วปลูกพืชอื่นทดแทนที่เพิ่งเริ่มโหมโรงดำเนินการไป
และนี่ก็ยังไม่รวมกับการผลักดันการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ “ไอยูยู” เพื่อแก้ “ใบเหลือง” ของสหภาพยุโรป ที่เริ่มงวดเข้ามาทุกที
เหล่านี้ คือ ภาระอันหนักอึ้งบน 2 มือของกระทรวงเกษตรฯในปีหน้า ซึ่งผลจะออกมาเป็น“ลูกผี” หรือ “ลูกคน” ก็ต้องติดตามกันต่อไป
มะลิลา