แนะวิธีฟื้นสวนผลไม้หลังน้ำท่วม เกษตรฯเร่งสรุปพื้นที่เสียหาย-ช่วยเกษตรกรภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250253

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เหตุการณ์อุทกภัยใน 8 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี ปัตตานี และนราธิวาส มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 337,436 ราย พื้นที่เกษตรที่ประสบภัย 957,798.50 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 243,313 ไร่ พืชไร่ 19,247 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 695,238.50 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,467 ล้านบาท ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั้ง 8 แห่ง เร่งสำรวจพื้นที่เสียหายและให้การช่วยเหลือแก่เกษตรกรในเบื้องต้นแล้ว นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ยังได้จัดทำข้อมูลวิชาการเพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในการดูแลสวนไม้ผล ดังนี้

1.การจัดการสวนไม้ผลระหว่างน้ำท่วมขัง โดยขั้นตอนที่ควรดำเนินการเป็นลำดับแรก คือ การเร่งระบายน้ำออก โดยทำคันดินล้อมรอบสวนให้มีความสูงและความแข็งแรง สามารถป้องกันและต้านทานน้ำจากภายนอกที่อาจท่วมล้นเข้าสวน โดยให้ยกขอบแปลงเป็นคันดินให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมไม่ต่ำกว่า 50 ซม. จากนั้นให้เตรียมเครื่องสูบน้ำสำหรับสูบน้ำออกจากสวน พร้อมทั้งทำทางระบายน้ำไว้หลายๆทาง ด้วยการขุดร่องระบายน้ำให้น้ำไหลออกจากพื้นที่เร็วที่สุด หากขุดลึกได้จะช่วยให้ดินในสวนแห้งเร็วขึ้น และมีข้อควรระวัง คือ อย่านำเครื่องจักรกลเข้าไปดำเนินการในสวนขณะที่ดินยังเปียกอยู่ รวมทั้งคน สัตว์เลี้ยง ไม่ควรเข้าไปเหยียบย่ำบริเวณโคนต้นพืชขณะนั้นด้วย เพราะโครงสร้างดินอาจถูกทำลายและเกิดการอัดแน่นได้

2.การค้ำยัน/พยุงต้นไม้ไม้ผลที่เอนหรือล้ม ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เมื่อถูกน้ำขังนานๆ รากจะเน่า ดังนั้น เมื่อน้ำลดแล้วต้องรักษารากเหล่านี้ไว้ไม่ให้ตาย ด้วยการตรึงต้นไม้ไม่ให้โยกคลอนด้วยแรงลมโดยใช้การค้ำยันต้นไม้อย่างน้อยสามทิศทาง ป้องกันการโค่นล้ม อาจใช้เป็นไม้ยาวๆ ค้ำ หรือใช้เชือกผูกตรึงกับต้นไม้หรือโครงสร้างอาคารที่แข็งแรง ทนทาน

3.การจัดการสวนไม้ผลหลังน้ำลด ประกอบด้วย 3.1) ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม โดยเอาใบแก่ กิ่งที่ฉีก หัก เหี่ยวเฉา แน่นทึบ และกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มที่ใบไม่ได้รับแสงแดดออก รวมทั้งต้องตัดกิ่งขนาดใหญ่ออกบ้างเพื่อลดแรงปะทะจากลม ให้ทรงพุ่มโปร่ง เป็นการลดการคายน้ำของพืช และเร่งให้พืชแตกใบใหม่ 3.2) ฟื้นฟูความสมบูรณ์ให้ต้นไม้ ด้วยการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ เพราะระบบรากยังไม่สามารถดูดน้ำและธาตุอาหารจากดินได้ตามปกติ อาจใช้ปุ๋ยน้ำสูตร 12-12-12 หรือ 12-9-6 หรือใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตร 21-21-21 หรือ 16-21-27 ละลายน้ำฉีดพ่น เมื่อดินแห้งเป็นปกติ ควรพรวนดินเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่รากพืช พร้อมทั้งป้องกันรักษาโรครากเน่า ด้วยการราดหรือทาโคนต้นด้วยสารเคมีกันรา เช่น เมตตาแลกซิล (ริโดมิล) อีโฟไซท์-อะลูมินั่ม (อาลิเอท) หรือจะปรับปรุงสภาพของดินไม่ให้เหมาะต่อการเกิดโรคโดยการโรยปูนขาว หรือโดโลไมท์ เพื่อให้ดินมีความด่างเล็กน้อยก็ได้

4.การปลูกซ่อมแซมสวนไม้ผลที่ประสบอุทกภัย หลังน้ำลด หากพบต้นไม้ตายไปบางส่วน และยังมีส่วนที่เหลือรอดเกินกว่า 60-70% ให้ใช้วิธีปลูกซ่อม โดยดำเนินการดังนี้ 4.1) ตัดและเก็บเศษซากของต้นไม้ผลที่ยืนต้นตาย เช่น ผล กิ่ง ก้าน ตอ รวมไปถึงรากหากทำได้ และเก็บออกจากแปลง 4.2) เตรียมดินโดยใช้เครื่องมือที่มีน้ำหนักเบาพรวนกลับหน้าดินพร้อมกำจัดวัชพืชที่ยังเหลืออยู่ ปรับสภาพดินโดยหว่านปุ๋ยขาวหรือไดโลไมท์ เพื่อปรับสภาพดินให้เป็นกลางป้องกันการเกิดโรครากเน่าและโคนเน่าที่มักเกิดขึ้นหลังน้ำลด โรยปุ๋ยคอก และตากดินทิ้งไว้อย่างน้อย 1 เดือน จึงขุดหลุมปลูก

หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้าน

Leave a comment