เปิดตัว‘ยางล้อประชารัฐ’ กยท.จับมือเอกชนผลิตใช้ในประเทศ-เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250971

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้ดำเนินโครงการยางล้อประชารัฐ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ยางพาราภายในประเทศ เนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติส่งออกรายใหญ่ของโลก ปี 2558มีผลผลิตประมาณ 4.47 ล้านตัน ขณะเดียวกันแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายในประเทศจะมีความเติบโตขึ้นในช่วงปี 2560 เนื่องจากตลาดส่งออกมีการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนตามแผนการส่งออกรถอีโคคาร์ จากเงื่อนไขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น ดังนั้นหากมีการนำผลผลิตยางไปผลิตยางล้อรถยนต์นั่งที่มีส่วนผสมของยางพาราเพิ่มขึ้น และได้มาตรฐานคุณภาพในราคาต่ำกว่าท้องตลาด จะเป็นโอกาสในการนำวัตถุดิบในประเทศมาเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นด้วย

โดยโครงการยางล้อประชารัฐ กยท.จะร่วมกับบริษัทเอกชนผลิตยางล้อรถยนต์นั่งที่มีส่วนผสมของยางพาราเพิ่มขึ้น โดยนำร่องขอความร่วมมือขายให้กับสหกรณ์รถแท็กซี่ และผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ขณะนี้ มีรถแท็กซี่ที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 73,000 คันหากทุกคันมีการเปลี่ยนยางล้อปีละ 1 ครั้ง จะมีการใช้ยางล้อ 292,000 เส้น เป็นการใช้ยางเพิ่มขึ้นอย่างน้อยจำนวน 584,000 กิโลกรัมต่อปี นอกจากนี้กยท. จะนำโครงการดังกล่าว มาใช้กับรถยนต์ประเภทต่างๆ ของ กยท. ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 333 คันต้องใช้ยางล้อประมาณ 1,400 เส้น และจะขยายสู่หน่วยงานราชการอื่นๆ ตั้งเป้ารถยนต์ในปี 2560 ประมาณ 5,000 คัน ทั้งนี้โครงการยางล้อประชารัฐใช้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการประมาณ 2 ปีคือตั้งแต่มกราคม 2560 ถึง ธันวาคม 2561 คาดการณ์ปริมาณการใช้ยางในประเทศจะเพิ่มไม่ต่ำกว่า 48 ตันต่อปี

“หากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ หรือภาคเอกชน ต่างช่วยกันสนับสนุนการใช้ยางภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับยางพารา จะเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้เกิดการหมุนเวียนภายในประเทศ รวมทั้ง ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความมั่นใจต่อสินค้าของไทย อาจเริ่มต้นจากการผลิตยางล้อ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคนไทยทุกคนส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ และมีการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิตค่อนข้างสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างแน่นอน” นายณกรณ์ กล่าว

Leave a comment