โรคระบาดสตรอเบอร์รี่ เกษตรฯเตือน‘ราแป้ง-แอนแทรคโนส’ทำลายผลผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/252201

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่ ในระยะนี้มีอากาศเย็น อุณหภูมิลดต่ำลง บางพื้นที่มีลมแรง และช่วงเช้ามักมีน้ำค้าง จึงขอให้เฝ้าระวังการระบาดของ 2 โรค คือ โรคราแป้ง และโรคแอนแทรคโนส สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสตรอเบอร์รี่ สำหรับโรคราแป้ง จะพบเชื้อรามีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายผงแป้งขึ้นกระจัดกระจายตามส่วนต่างๆ ของพืช เมื่ออาการรุนแรงจะทำให้เกิดแผลใต้ใบสตรอเบอร์รี่เปลี่ยนเป็นสีม่วง และใบบิดม้วนขึ้น ถ้าเป็นที่ผลจะทำให้ผลมีขนาดเล็กและสีไม่สม่ำเสมอกัน เกษตรกรต้องหมั่นดูแลและบำรุงรักษาต้นสตรอเบอร์รี่ให้มีความแข็งแรง สมบูรณ์ และควรหมั่นตรวจตรากำจัดวัชพืชในแปลงปลูก หากพบโรคให้รีบเก็บใบหรือส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้นพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช สารเบโนมิล 50%ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 6 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน

ส่วนโรคแอนแทรคโนส มักพบอาการบนไหล จะมีแผลเล็กสีม่วงแดงขยายลุกลามตามความยาวสายไหล ต่อมาแผลที่ขยายยาวจะเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาล ทำให้เกิดรอยคอดของไหลบริเวณที่เป็นแผล ไหลจะแห้งและตายในที่สุด อาการบนผล พบแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อรอบขอบแผลสีซีด แผลยุบตัวลง หากอาการรุนแรง แผลจะขยายใหญ่จนทำให้ผลเน่า และในสภาพที่มีอากาศชื้นอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มของเชื้อราอยู่บริเวณแผล และยังสามารถพบอาการของโรคได้ที่ใบ ก้านใบ โคนต้นและรากได้อีกด้วย

สำหรับแนวทางในการป้องกันกำจัด เกษตรกรต้องตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรคให้ตัดส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก และพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช สารฟลูโอไพแรม+สารไตรฟลอกซีสโตรบิน 25%+25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีพบโรคเริ่มระบาดให้งดการให้น้ำแบบ พ่นฝอย ควรให้แบบระบบน้ำหยด และหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตสตรอเบอร์รี่แล้ว ให้เก็บซากพืชไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก และเลือกใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค

Leave a comment