ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/253721
วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560, 09.20 น.
กยท.รายงานสถานการณ์ตลาดซื้อขายยางพารามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ เปรียบเทียบกับในห้วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และพบว่ายังเป็นไปตามกลไกการตลาดปกติโดยมีปัจจัยเสริมจากการที่ประเทศผู้ผลิต 3 รายใหญ่ของโลก จับมือลดการส่งออก และส่งเสริมการใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น
24 ม.ค.60 ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา หลายประเทศที่เป็นผู้ปลูก/ผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ เวียตนาม มีผลผลิตโดยรวมลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากนโยบายการลดอุปทานยางพาราร่วมกันของ 3 ชาติผู้ผลิตหลัก คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย รวมกว่า 6 แสนตัน เป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้ปริมาณยางพาราในตลาดโลกลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งยกระดับราคายางให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ประกอบกับสถานการณ์ราคายางภายในประเทศไทยขณะนี้ พบว่า มีการขยับราคาขึ้นเป็นระยะๆ ทั้งยางก้อนถ้วย ยางแผ่นดิบชั้น 3 ยาง F.O.B.ที่ส่งออก ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางหลักของประเทศ ขณะนี้ได้รับผลกระทบในการกรีดยางประมาณกว่า 500,000 ไร่ ทำให้ไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาด โดยจากการประมาณการ คาดว่าประเทศไทยจะมีปริมาณยางที่ส่งออกลดลงอีกประมาณ 400,000 ตัน หรือ ประมาณ 8.8 % และคงใช้เวลาจนถึงเดือนมีนาคมกว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมถึงภาคอื่นๆ โดยส่วนใหญ่กว่า 50% ของพื้นที่ได้หยุดกรีดยางแล้ว และเกือบทั้งหมดจะหยุดกรีดยางในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทำให้ผลผลิตของประเทศลดลงเช่นกัน
ดังนั้น เมื่อประเมินผลความเชื่อมโยงเรื่องการดำเนินการระบายยางในโครงการต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับการขึ้นลงของราคาพบว่าไม่มีผลโดยตรงเพราะเป็นการระบายยางเก่าในช่วงที่ตลาดโลกยังคงมีความต้องการผลผลิตยางใหม่เป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน คุณภาพของยางของโครงการก็มีความต่างกัน ไม่สามารถแข่งขันด้านคุณภาพกับผลผลิตยางที่ออกมาใหม่ได้ จึงไม่มีผลต่อราคาประจำวันในตลาดการซื้อขายยางแต่ละตลาดอย่างแน่นอน เช่น ยางที่เพิ่งประมูลขายออกไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ซื้อยังต้องมีต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำไปปรับคุณภาพใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับยาง STR 20 เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่มีผลต่อราคายางในตลาด ทั้งในอีก 2 – 3 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน
ดร.ธีธัช กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ราคายางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าราคาจะลดลงประมาณกิโลกรัมละ 2 – 3 บาท เพราะประเทศผู้ซื้อจะหยุดการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่รับซื้อยางพารา แรงงาน ตลอดจนระบบขนส่งต่างๆ แต่ก็จะขยับราคาสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน
