ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/253664
วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวกรมวิชาการเกษตร มีนโยบายสวนทางกับพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคได้สินค้าที่มีความปลอดภัย แต่ปรากฏว่าในการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร เมื่อวันที่ 19 มกราคมมีการพิจารณาเพิ่มเติมแหล่งผลิตสารเคมีมีพิษทางการเกษตร ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย เพียงแค่วันเดียวมากถึง 50 คำขอ ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดทางให้มีการนำเข้าวัตถุมีพิษภาคการเกษตรในปริมาณเพิ่มสูงขึ้นนั้น กรมวิชาการเกษตร ขอชี้แจงว่าการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมตามวาระปกติ เพื่อพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนเพื่อการอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย ซึ่งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ดังนี้
ลำดับแรก ให้ความสำคัญกับการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มวัตถุอันตรายที่มีความปลอดภัย ได้แก่ สารสกัดจากธรรมชาติ สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช และกลุ่มสารเคมีที่ใช้ในพืชอาหารมีข้อมูลความเป็นพิษน้อย ตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก เพื่อสนองตามนโยบายส่งเสริมการทำการเกษตรระบบเกษตรอินทรีย์ของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะรมว.เกษตรและสหกรณ์
ลำดับที่ 2 เป็นสารเคมีที่มีความจำเป็นต้องใช้แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ในกลุ่มแรก โดยใช้ข้อมูลการประเมินความเสี่ยงอันตรายและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้การพิจารณาของคณะอนุกรรมการจะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ข้อ คือ ข้อมูลพิษวิทยาผลการทดลองประสิทธิภาพ และผลการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนเพื่อการอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมปริมาณนำเข้าวัตถุอันตราย เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดศัตรูพืช ป้องกันไม่ให้ผลผลิตเสียหาย คุ้มค่ากับเงิน ที่ลงทุน และที่สำคัญต้องเป็นสารเคมีมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า การประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียน วัตถุอันตรายทางการเกษตรเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการพิจารณาเอกสารคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย 50 คำขอ โดยเป็นคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายที่เคยอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนแล้ว แต่มีผู้ประกอบการรายอื่นประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนสารดังกล่าว ผลการประชุมสรุปได้ดังนี้
1.รับขึ้นทะเบียน 9 รายการ 2.ชะลอการขึ้นทะเบียน 3 รายการ เนื่องจากผลการทดลองประสิทธิภาพไม่ได้ทำในพืชอาหาร 3.ผ่านความเห็นในหลักวิชาการโดยให้รับขึ้นทะเบียนได้เมื่อสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตีความให้สามารถใช้ผลการทดลองประสิทธิภาพร่วมได้ 36 รายการ 4.ชะลอการขึ้นทะเบียน 2 รายการ เนื่องจากเป็นสารที่มีข้อมูลว่าก่อให้เกิดการระบาดเพิ่มของศัตรูพืช ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่ามีคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายผ่านการพิจารณารับขึ้นทะเบียนเพียง 9 คำขอ ไม่ผ่าน 41 คำขอ โดยแยกเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระบาดของศัตรูพืช 2 ไม่ใช่พืช อาหาร(เดี่ยว-หลัก) 3 ไม่ใช่พืชอาหาร 14 การทดลองร่วม 22 โดยเป็นคำขอขึ้นทะเบียนในวัตถุอันตรายที่เคยอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนแล้วแต่มีผู้ประกอบการรายอื่นประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนสารดังกล่าว
