‘วัดพรหมคุณาราม’ 25 ปีหลัง‘คดีโหดสะท้านโลก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254726

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“วัดพรหมคุณาราม” ในเมืองฟีนิกซ์ มลรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ที่นี่คือ “วัดเก่าแก่” จดทะเบียนในฐานะองค์กรการกุศลไม่แสวงหากำไร ตั้งแต่ปี 2526 ปัจจุบันเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในหมู่ชาวพุทธเถรวาทที่มาใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา ทว่าหากย้อนไปเมื่อกว่า2 ทศวรรษก่อน วัดพรหมคุณาราม เคยเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เพราะ..

คดีสะเทือนขวัญ!!!

10 ส.ค. 2534 ช่วงเวลาสายๆ ประมาณสิบโมงครึ่งเศษตามเวลาท้องถิ่น ญาติโยมซึ่งเดินทางไปที่วัด ต้องตกตะลึงเมื่อสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า คือร่างไร้วิญญาณของพระภิกษุสงฆ์ 6 รูป สามเณร 1 รูป แม่ชี 1 ท่าน และเด็กวัดอีก 1 คน ทุกศพถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยจนเสียชีวิตภาพทั้งหมดไม่อาจใช้คำอื่นบรรยายได้ นอกจาก..

โหดเหี้ยมผิดมนุษย์!!!

ในมุมหนึ่ง..คดีนี้ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง เมื่อตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ทว่าหลายรายแม้รับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่ไปกลับคำให้การในชั้นศาล โดยให้เหตุผลว่าถูกซ้อมทรมานหรือกดดันให้รับสารภาพ เมื่อประกอบกับหลักฐานที่ไม่เพียงพอจึงต้องปล่อยตัวไป เหลือเพียง2 ราย ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าลงมือก่อเหตุแน่นอนคือ อเล็กซ์ การ์เซีย และ โจนาธาน ดูดีโดย อเล็กซ์ ให้การว่า เข้าไปในวัดเพราะหวังแค่จะชิงทรัพย์ แต่เพราะสามเณรรูปหนึ่งจำเสียงตนได้ ทำให้ โจนาธาน ที่ร่วมก่อเหตุด้วยกัน เป็นคนลั่นไกปืนยาวขนาด .22lr ใส่เหยื่อทุกรายหวังปิดปาก

ช่วงแรกของการดำเนินคดี อเล็กซ์ที่รับสารภาพไปก่อน ถูกตัดสินจำคุก 271 ปี ทว่าในส่วนของ โจนาธาน หนุ่มอเมริกัน “เชื้อชาติไทย” ซึ่งมีชื่อไทยว่า วีระพล คำแก้ว และมีอายุเพียง 17 ปีในวันก่อเหตุ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็น “แพะ” มีกลุ่มคนไทยทั้งพระสงฆ์และฆราวาส “ลงขัน” ร่วมกันหาทางช่วยต่อสู้คดี

ซึ่งในปี 2554 ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากกระบวนการได้มาซึ่งคำรับสารภาพของตำรวจนั้นไม่ถูกต้อง จากนั้นในปี 2555 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ อนุมัติให้ “รื้อคดี” ขึ้นมาพิจารณาใหม่ตามคำขอของอัยการ โดยไม่ใช้คำรับสารภาพของตำรวจที่มีปัญหา และในปี 2557 ศาลมลรัฐแอริโซนา พิพากษาจำคุกโจนาธาน เป็นเวลา 249 ปี เนื่องจากขณะก่อเหตุยังเป็นเยาวชน จึงไม่ถูกตัดสิน..

ประหารชีวิต!!!

แต่อีกมุมหนึ่ง..หลังเกิดเหตุ วัดแห่งนี้เกือบจะ “ถูกทิ้งร้าง” เพราะมีเหตุฆาตกรรมอย่างสยดสยอง กลายเป็นสถานที่น่าหวาดกลัวโดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่เชื่อเรื่องวิญญาณและสิ่งเร้นลับ ทว่า “โชคยังดี” เมื่อมีพระสงฆ์จากประเทศไทย “รับอาสา” ไปบูรณะฟื้นฟู“พุทธอาราม” แห่งนี้ หวังให้ยังคงสภาพ..

“ศูนย์รวมจิตใจ” สืบไป!!!

เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันของวัดพรหมคุณาราม พระวิเทศพรหมคุณ (วินัย ปุญฺญญาโณ) บอกเล่ากับ “แนวหน้า วาไรตี้” ในโอกาสที่ท่านกลับมาเมืองไทย ณ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ซึ่งเป็นวัดที่ท่านอุปสมบท ว่า ในช่วง 1-2 ปีแรก ที่เดินทางไปพัฒนาวัด “ลำบากมาก” จากสภาพภูมิประเทศที่ยังเป็นชนบท แทบไม่มีผู้คนตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียง

“ตอนนั้นสภาพวัดคืออยู่กลางทุ่งอยู่นอกเมือง มีความเป็นชนบท ต่างจากปัจจุบันที่วัดเจริญขึ้น รอบวัดมีผู้คนมาอยู่มากขึ้น จำได้เมื่อก่อนหลังวัดมีบ้านคนแค่ 4-5 หลัง แต่ตอนนี้ก็มีบ้านเต็มไปหมด มีความเป็นเมืองขึ้นมาระดับหนึ่ง” พระภิกษุสงฆ์รูปนี้ กล่าว

พระวิเทศพรหมคุณ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเข้าไปยังวัด สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 1.ปรับภูมิทัศน์ ให้สภาพวัดดูร่มรื่นน่าอยู่ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการเป็นศาสนสถาน กับ 2.ฟื้นกิจกรรม เพื่อให้ญาติโยมชาวพุทธกลับมาปฏิบัติธรรม ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกอย่าง “ลุล่วง” ไปด้วยดี อยู่ที่ “ความมุ่งมั่น”ของคณะสงฆ์ที่เข้าไปฟื้นฟู

“คนเขาเชื่อผู้นำ คือเชื่อพระ ถ้าพระกล้าเข้าไปปุ๊บโยมก็เริ่มมา หลักๆ ก็จะเป็นชุมชนชาวไทยชาวลาว แต่ก็อยู่ห่างไปพอสมควร เดินทางเฉลี่ยครึ่งชั่วโมงขึ้นไป ถามว่าไปอยู่วัดนี้กลัวไหม? คนที่ฆ่าน่ะกลัว เพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่กลัวศพไหม? อันนี้ไม่กลัวเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น เคยเรียนเคยรู้จักกัน”พระวิเทศพรหมคุณ ระบุ

หากถามว่าอะไรคือ “แรงบันดาลใจ” ให้ตัดสินใจเข้าไปพัฒนาวัดแห่งนี้ พระวิเทศพรหมคุณกล่าวว่า 1.วัดนี้มีความเกี่ยวข้องกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงของวัดสระเกศ โดยในปี 2514 ท่านได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็น “พระพรหมคุณาภรณ์”และมีการนำสมณศักดิ์ของท่านไปตั้งเป็นชื่อวัด2.ไปในฐานะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทย ในสหรัฐอเมริกา

และ 3.เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งวัด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร “รัชกาลที่ 10” แห่งราชวงศ์จักรี ใน
ขณะที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานเททองหล่อองค์พระประธานประจำวัด

“ตอนนี้อะไรก็มีหมดแล้วนะ โบสถ์ก็มีแล้ว วิหารก็มีแล้ว ตอนนี้อยากสร้างเจดีย์ประการแรกเพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ประการที่สองเพื่อตอบแทนพระเมตตาของพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงหล่อพระประธาน และประการที่สาม เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวัดสระเกศ เป็นวัดแรก
ของวัดสระเกศในต่างแดน” พระวิเทศพรหมคุณ กล่าวทิ้งท้าย

เว็บไซต์ มูลนิธิพรหมคุณาราม (promkunaramfoundation.org) กล่าวถึงประวัติของวัดไว้ว่า ปี 2526 พุทธศาสนิกชนชาวไทย ลาว กัมพูชา ในมลรัฐแอริโซนา ได้เช่าบ้านหลังหนึ่งให้พระสงฆ์ 3 รูป อยู่จำพรรษา ก่อนจะตั้งเป็นวัดในเวลาต่อมา ทว่าระยะหลังๆ จำนวนพุทธศาสนิกชนเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้านในชุมชนข้างเคียง ประกอบกับสถานที่เดิมค่อนข้างคับแคบ คณะกรรมการวัด จึงหาสถานที่ตั้งวัดใหม่ ซื้อที่ดินขนาด 5 เอเคอร์ (12 ไร่ 2 งาน) ในราคาราว 80,000 เหรียญสหรัฐ ในปี 2528 จากนั้นเริ่มก่อสร้างในปี 2531 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2532

ขณะที่ประวัติของ พระวิเทศพรหมคุณ (วินัย ปุญฺญญาโณ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านเกิดในปี 2502 มีพื้นเพกำเนิดเป็นชาว อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโคกดอกไม้ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พระครูวิจิตรชยานุรักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ก่อนจะเข้ามาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯโดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว) เป็นพระอุปัชฌาย์

เป็นพระที่สำเร็จการศึกษาทั้ง ทางธรรม คือ นักธรรมเอก กับ เปรียญธรรม 4 ประโยค จากสำนักเรียนวัดสระเกศ ปี 2527 และ ทางโลก คือ ปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (สาขามานุษยสงเคราะห์ศาสตร์) มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปริญญาโท มหาวิทยาลัยปูณา เมืองปูณา ประเทศอินเดีย และ ปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมคธรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

สำหรับบรรยากาศในวัดพรหมคุณาราม งานดูแลสถานที่ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ เนื่องจากวันธรรมดาญาติโยมต้องไปทำงาน จะว่างมาวัดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ภาพอันคุ้นชินของผู้ที่ได้เข้ามาที่วัด คือพระต้องทำงานแทบทุกอย่างตั้งแต่กวาดพื้น เก็บขยะ พรวนดิน รดน้ำต้นไม้ ไปจนถึงซ่อมแซมอาคารเบื้องต้น ซึ่งท่านเจ้าอาวาสได้ให้ข้อคิดว่า “เพราะการทำงานคือการปฏิบัติธรรม” เป็นการฝึก “สติ” ให้อยู่เหนืออารมณ์ นำไปสู่..

“ปัญญา” ทำให้การทำงานและการใช้ชีวิต “ไม่ผิดพลาด”!!!

Leave a comment