ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 22:40
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876295

ความเคลื่อนไหวล่าสุดถือเป็นการปูทางเพื่อดำเนินคดีกับน.ส.ปาร์ก หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หลังเธอถูกสภาฯ ลงมติถอดถอนและริบอำนาจทั้งหมดเมื่อเดือนธ.ค.ปีก่อน เนื่องจากกฎหมายของเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้มีการตั้งข้อหาต่อประธานาธิบดีในตำแหน่งได้ เว้นแต่ว่าเขาหรือเธอจะทำผิดข้อหาทรยศต่อชาติ ทำให้น.ส.ปาร์กจะไม่ถูกดำเนินคดีจนกว่าเธอจะถูกถอดถอน หรือหมดวาระการดำรงตำแหน่งในช่วงปลายเดือนก.พ.ปี 2018

อี แจ-ยอง รองประธานกลุ่มบริษัท ซัมซุง กรุ๊ป
ทั้งนี้ ตลอดช่วง 70 วันที่ผ่านมา สำนักงานอัยการพิเศษเกาหลีใต้ดำเนินการสืบสวนการกระทำผิดที่ระบุถึงน.ส.ปาร์กโดยตรงหลายข้อหา รวมทั้งการร่วมกันรับสินบนจากบริษัทซัมซุง พวกเขาระบุด้วยว่า น.ส.ปาร์กยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในคดีการขึ้นบัญชีดำไม่ให้การสนับสนุน ศิลปิน, นักเขียน และบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์กว่า 9,000 คนที่วิพากษ์วิจารณ์เธอด้วย
แถลงการณ์ของอัยการพิเศษเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบในการสืบสวนของพวกเขา โดยพวกเขาพบว่า สำนักงานทุนบำนาญแห่งชาติ (เอ็นพีเอส) ลงมติที่เป็นประโยชน์ให้กับการรวมบริษัทในเครือซัมซุง 2 บริษัทเข้าด้วยกันเมื่อปี 2015 แม้จะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า เรื่องนี้จะทำให้เกิดการขาดทุนถึง 1.38 แสนล้านวอน
“อี แจ-ยอง รองประธาน ซัมซุง กรุ๊ป สมรู้ร่วมคิดกับคนอื่นๆ รวมทั้งนายชเว จี-ซุง หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ ในการตัดสินบนประธานาธิบดี และนาง ชเว ซุน-ซิล (เพื่อนสนิทของน.ส.ปาร์ก) เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในการสืบทอดตำแหน่งของเขา ด้วยการยักยอกเงินทุนของบริษัท” ปาร์ก ยัง-ซู อัยการพิเศษกล่าว ในการแถลงข่าวซึ่งถ่ายทอดทางโทรทัศน์

อย่างไรก็ตาม น.ส.ปาร์ก, นางชเว และนายอี ปฏิเสธมาตลอดว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด โดยทนายความของน.ส.ปาร์กออกมากล่าวในวันจันทร์ว่า ข้อกล่าวหาที่อัยการพิเศษตั้งให้แก่ลูกความของเขาเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ส่วนบริษัท ซัมซุง ระบุในแถลงการณ์ว่า “การสืบสวนในศาลในอนาคตจะเปิดเผยความจริง” และย้ำว่าพวกเขาไม่ได้ติดสินบน หรือมีคำขอที่ไม่เหมาะสมเพื่อขอความสนับสนุน