ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/255229
วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
อาทิตย์นี้ขอตามรอยศิลปกรรมในพระอารามหลวงที่มีความสำคัญมาก ด้วยวัดนี้เป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณีของการสร้างวัดประจำรัชกาล คือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อยู่ถนนเฟื่องนคร ใกล้กระทรวงมหาดไทย วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2412โดยทรงโปรดให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจและเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้มมาลากุล) เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมตะวันตกคือ ลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตกที่ถือว่าเป็นศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ที่พัฒนาจากรูปแบบของวัดพระปฐมเจดีย์กับวัดราชประดิษฐ์ ในรัชกาลที่ 4 เมื่อสร้างเสร็จ รัชกาลที่ 5พระราชทานนามว่า “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และมีมหาสีมาอันเป็นเสาศิลาจำหลักยอดรูปเสมาธรรมจักร 8 เสา ตั้งเป็นสีมาที่กำแพง 8 ทิศ “ราชบพิธ” หมายถึงพระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง และ “สถิตมหาสีมาราม”หมายถึงพระอารามซึ่งมีสีมากว้างใหญ่ เป็นมหาสีมาล้อมรอบอาณาเขตของวัด

สำหรับบานประตูหน้าต่างลายมุกภาพเครื่องราชอิสริยภรณ์และพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พระนาม “พระพุทธอังคีรส”แปลว่า มีรัศมีซ่านออกจากพระวรกายเป็นพระพุทธรูปที่หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเนื้อกระไหล่ทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท โดยนำทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังครั้งทรงพระเยาว์นั้นมาหล่อเป็นองค์พระ เดิมนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงอัญเชิญพระพุทธรูปนี้ไปประดิษฐานที่พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อนในรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯดำเนินการต่อและให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2415 ฐานบัลลังก์ขององค์พระนั้นทำด้วยกระไหล่ทองเนื้อหกหนัก 48 บาท ภายในบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุลาไลย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี มหาเจดีย์ของวัดอยู่กลางระเบียงคตรูปวงกลมที่ต่อกับโบสถ์และวิหารนั้น ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์

ด้านหนึ่งของวัดได้จัดเป็นสุสานหลวง ซึ่งมีอนุสาวรีย์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมหลายแบบสำหรับที่ระลึกของพระมเหสีและพระบรมวงศ์ทั้งหมด 34 องค์ พระเถระผู้ครองวัดนี้พระองค์แรกคือพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ พ.ศ.2412-2444,พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2444-2480, พระศาสนโศภน(ภา ภาณโก) พ.ศ.2480-2489, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) พ.ศ.2491-2531,สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) พ.ศ. 2531-2551 และสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร)พ.ศ.2551-ปัจจุบัน วัดราชบพิธฯแห่งนี้เป็นวัดธรรมยุติกนิกายซึ่งมีสมเด็จพระสังฆราชครองวัดมาแล้ว 2 พระองค์และเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาพุทธศาสนาในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่องแห่งหนึ่ง


