“ทรัมป์” พบ “สี จิ้นผิง” ครั้งแรกร่วมแก้ปัญหาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/907215


(ภาพจาก : REUTERS)

การพบเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก อสังหาริมทรัพย์ส่วนหนึ่งของนายทรัมป์ ในรัฐฟลอริดาระหว่างวันที่ 6-7 เม.ย. คาดว่าผู้นำทั้งสองจะพูดคุย หารือกันหลายเรื่องทั้งที่มีความคิดเห็นคล้ายกันและแตกต่างกัน ไล่ตั้งแต่ประเด็นเกาหลีเหนือไปจนถึงประเด็นเรื่องการค้า ท่ามกลางจุดยืนของผู้นำสหรัฐฯ คือ “สร้างอเมริกาให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง” กับจุดยืนของผู้นำจีน “รื้อฟื้นคืนพลังชาติจีนให้ยิ่งใหญ่”

การพบหารือกันของผู้นำชาติมหาอำนาจอันดับ 1 และ 2 ของโลก คาดว่าผู้นำสหรัฐฯจะร้องขอให้จีนเพิ่มแรงกดดันเกาหลีเหนือในความพยายามยั่วยุยิงทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง โดยการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดเมื่อวันพุธ ก่อนหน้าการพบหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับจีนเพียงวันเดียว ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องจากนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่นโทรศัพท์หารือโดยตรงกับนายทรัมป์ เช่นเดียวกับรัฐบาลเกาหลีใต้ก็แสดงท่าทีต่อต้านการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยผู้นำญี่ปุ่นระบุการ ทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออันตรายอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ส่วนสหรัฐฯและเกาหลีใต้ก็เพิ่งบรรลุข้อตกลงติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธบนแผ่นดินเกาหลีใต้ หวังปกป้องขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ท่ามกลางความไม่พอใจจากจีนที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของจีน ขณะที่เกาหลีใต้ก็อ้างความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งมีศักยภาพยิงไกลถึงดินแดนเกาหลีเหนือได้เกือบทั้งประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศไต้หวัน แถลงระบุการพบหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับผู้นำจีน เชื่อมั่นว่าไม่กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับไต้หวัน แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯประกาศให้คำมั่นต่อผู้นำจีนจะยึดนโยบาย “จีนเดียว” ที่มีต่อกันมายาวนานกว่า 40 ปี ส่วนสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ประเทศ เตรียมร่วมประชุมกันในกรุงวอชิงตันวันที่ 24 เม.ย.หารือกันหลายเรื่องรวมถึงปัญหาเกาหลีเหนือ ซีเรียและอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ท่ามกลางปัญหารัฐบาลสหรัฐฯตัดงบประมาณช่วยเหลือแก้ปัญหาด้านต่างประเทศ.

 

Leave a comment