ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/255947
วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาราคายางได้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากผลผลิตลดลง โดยมีหลายสาเหตุทั้งจากนโยบายชะลอการส่งออกด้วยการควบคุมปริมาณยางของ 3 ประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ ส่งผลให้มีปริมาณยางหายไปจากตลาดโลกประมาณ 7 แสนตัน ประกอบกับภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วมภาคใต้เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยาง ต้นยางได้รับความเสียหาย ปริมาณผลผลิตจึงลดลงเหลือ 3-4 แสนตัน นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมายังมีปัจจัยบวก สนับสนุนให้ราคายางพุ่งสูงขึ้นอีกหลายปัจจัย ได้แก่ ประเทศจีนซึ่งเร่งซื้อยางเพื่อนำไปผลิตล้อยางส่งไปสหรัฐ ก่อนที่สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าตามนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสภาวะที่ราคายางพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนี้ถือเป็นภาวะผิดปกติ ดังนั้นเมื่อปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผลผลิตยางสู่ตลาดเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้ราคายางมีการปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด
“อย่างไรก็ตาม กยท. ได้เร่งแก้ไขปัญหา เพื่อหาแนวทางร่วมกันระหว่างผู้แทนเกษตรกร ผู้ประกอบการ ซึ่งผลการหารือเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่าย โดย กยท.จะจัดตั้งตลาดกลางน้ำ ยางสด เพื่อเพิ่มจุดรับซื้อ ขาย และ สะท้อนราคาในท้องถิ่นที่แท้จริงซึ่งนายกสมาคมผู้ประกอบการน้ำยาง ในท้องถิ่น ยืนยันพร้อมเข้าร่วมสนับสนุน ในขณะเดียวกัน กยท. จะเร่งส่งเสริมด้านแปรรูปยางพาราในพื้นที่ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งาน โดยริเริ่มโครงการ พี่ช่วยน้อง เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็งเป็นพี่เลี้ยง และรับซื้อน้ำยางสดจากกลุ่มเกษตรกรรายย่อย เพื่อไปแปรรูปเป็นสินค้าขั้นกลาง และขั้นปลาย และ กยท.จะสนับสนุนด้านทุน และองค์ความรู้พร้อมทั้งช่วยหาตลาด นอกจากนี้ เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิถี การทำงานจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว (ปลูกยางอย่างเดียว) ไปเป็นการปลูกพืชผสมผสาน หารายได้จากผลผลิต ทางการเกษตรอื่นๆ ทดแทนการทำสวนยางเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญ ภาคเกษตรกร จะต้องมีการส่งเสริม การประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เช่น การปลูกพืชผสมผสาน เสริมรายได้ในสวนยาง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นแนวทางแก้ปัญหาแบบไตรภาคี เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น” นายธีธัช กล่าวทิ้งท้าย