ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/255812

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“ทหารทรยศ”
เสียงบ่นดังๆ ของ “ประสิทธิชัย หนูนวล” ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ซึ่งฟังดูอาจทำให้รู้สึกไม่รื่นหูและรุนแรงไปสักนิดสำหรับนายทหารบางคน โดยเฉพาะบรรดาแม่ทัพนายกองที่กุมอำนาจอยู่ในรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในขณะนี้
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้ไม่ได้มีแค่ “ประสิทธิชัย” หรือ “เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน” เท่านั้นที่กำลังรู้สึกอย่างนี้กับทหาร
เพราะความจริงในเวลานี้ก็คือ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่กำลังคิดกันแบบนี้กันจริงๆ
ผมจำได้ว่าตลอดปีเศษๆที่ผ่านมา ผมเคยเตือนไปหลายครั้งหลายหนผ่านคอลัมน์นี้ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นทั้งผู้นำรัฐบาลและผู้นำของคณะนายทหารใน คสช. ให้ระวังท่าทีเกี่ยวกับการสนับสนุนการก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าถ่านหิน”ในภาคใต้เอาไว้ให้ดี เพราะโครงการนี้มีประเด็นที่ “อ่อนไหว” ซุกซ่อนอยู่มากมาย ไล่เลียงมาตั้งแต่เหตุผลความจำเป็นในการก่อสร้าง ความเหมาะสม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาชีพประมงพื้นบ้าน รวมถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งทุกเรื่องล้วนข้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของประชาชนทั้งสิ้น
โดยตอนแรกก็ดูเหมือนจะดี จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายขึ้นมาพูดคุยหาทางออก เพราะไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร หากเกิดขึ้นภายใต้การตัดสินใจเห็นชอบร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าฝ่ายชาวบ้าน รัฐบาล หรือการไฟฟ้า ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมรับได้
แต่สุดท้ายมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะคล้อยหลังไปเพียงปีเศษๆ ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปโดนใครเข้ากล่อมมา ถึงได้มองเห็นคนที่ออกมาคัดค้าน “ไม่เอาถ่านหิน” แต่ขอพลังงานทางเลือก เป็นแค่ “เสียงส่วนน้อย” ไปเสียฉิบ
ที่พูดนี่ไม่ได้ยกเมฆมาจากไหน แต่อ้างเอาจากคำพูดของ “โฆษกรัฐบาล” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เมื่อคราวแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี 26 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งแกบอกเสียงดังฟังชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศกลางวงประชุมครม.ว่าภายใน 1 เดือนนี้ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาจะต้องมีความชัดเจนให้ได้ เพราะสถานการณ์และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่มีในอดีตสามารถแก้ไขได้ ส่วนที่มีภาคประชาชนคัดค้านก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปชี้แจงว่า ประชาชน “ส่วนใหญ่” ในพื้นที่เขาเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ดังนั้น โครงการนี้จึงต้องมีการเดินหน้าสถานเดียว!!
ในเมื่อตั้งธงกันมาขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงบ่น “ทหารทรยศ” ดังขึ้นมาอย่างเซ็งแซ่ในหมู่ภาคประชาชน ก่อนตามมาด้วยคำถามแรงๆว่า เบื้องหลังการผลักดันเรื่องนี้มีผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน“ถ่านหิน” ยืนค้ำให้ท้ายอยู่หรือไม่ รัฐบาลถึงได้กล้าผลักประชาชนเข้าไปอยู่ในวงจรของความตาย
ถ่านจะหินดีหรือไม่ดี นาทีนี้แทบไม่ต้องมาพูดกันอีก เพราะถ้ามันดีจริงประเทศอื่นเขาก็คงไม่ทยอยยกเลิกการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินกันเป็นแถว แล้วหันมาพัฒนา “พลังงานทางเลือก” เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
แต่ก็เอาล่ะครับ ในเมื่อนายกฯเลือกที่จะทำตามความคิดตัวเอง ไม่สนใจเสียงชาวบ้าน ไม่สนใจภัยที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ไม่สนใจชีวิตและสุขภาพของคนในท้องถิ่น ท้ายที่สุดชาวบ้านก็คงไม่มีทางเลือกอื่น คือ การเผชิญหน้ากับรัฐ ซึ่งล่าสุดทราบว่า ชาวบ้านเขาก็ประกาศระดมพลกันแล้ว 10.00 น. 17 ก.พ.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล
ในเมื่อนายกฯอยากรบ ก็จะได้รบสมใจ บอกได้คำเดียว ไม่มีใครกลัวใครก็แล้วกัน
มะลิลา