จีนจะเป็นเบอร์ 1 เพราะ OBOR

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 21 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/918060


สุดสัปดาห์ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รับชวนดังนี้ครับ

ศุกร์วันนี้ 08.30-12.00 น. พูด “อนาคตท้องถิ่นไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0” ที่โรงแรมรอยัล พาราคลิฟฟ์ บีช ระยอง จัดโดยสมาคมนักบริหารและพนักงานส่วนท้องถิ่น

เสาร์พรุ่งนี้ 09.00-12.00 น. พูด “เกษตรบริการในโลก 4.0” ที่ศูนย์เครือข่ายรัฐวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อุบลราชธานี 52 อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

ตั้งแต่ พ.ศ.2556 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศโครงการหนึ่งแถบเศรษฐกิจหนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt, One Road (OBOR) โดยเปิดเส้นทางบกสายไหมเก่ายุคโบราณที่จีนค้าขายกับเอเชียและยุโรปและเส้นทางสายไหมใหม่ทางทะเล จีนก็อัดเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1,400,000 ล้านบาท) เข้าไปในกองทุนเส้นทางสายไหมอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สหรัฐฯ รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในทวีปยุโรปวุ่นวายขายปลาช่อนกับสงครามความขัดแย้งและผู้ลี้ภัย จีนใช้พลังของตนส่วนใหญ่พัฒนาเส้นทางสายไหมใหม่อย่างจริงจัง เพื่อเชื่อมโครงสร้างพื้นฐาน การค้า นโยบาย การเงิน และประชาชนของ 64 ประเทศ 4,000 ล้านคน ร้อยละ 40 ของจีดีพีโลก ทั้งในทวีปเอเชีย แอฟริกา และยุโรป เข้าเป็นแถบเศรษฐกิจเดียวกันทั้งทางบกและทางทะเล

ถ้าแถบเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ จีนก็จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอย่างแท้จริง มหาอำนาจที่มีทั้งพระเดชและพระคุณ ไม่เหมือนกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ที่มักจะใช้พระเดชเข้าไปบริหารจัดการความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆมากกว่าพระคุณ

14-15 พฤษภาคม 2560 จีนจะจัดงานใหญ่ในรอบทศวรรษที่ชื่อว่างานการประชุมสุดยอดเส้นทางสายไหม วันก่อน หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ออกมาบอกกับโลกเองว่า ประธานาธิบดีปูตินมางานนี้แน่นอน โจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นาวาซ ชารีฟ นายกฯปากีสถาน ฮุน เซน นายกฯกัมพูชา นาจิบ ราซัค นายกฯมาเลเซีย ฯลฯ ก็จะมา

สหรัฐฯทำทีพีพีเพราะต้องการเตะจีนออกจากวงเศรษฐกิจ ตอนที่จีนตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) สหรัฐฯก็ต่อต้านหนัก เที่ยวโพนทะนาสาธยายว่าธนาคารใหม่ที่นำโดยจีนนี้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีความโปร่งใส

แต่เมื่อจีนทำหนึ่งแถบเศรษฐกิจหนึ่งเส้นทาง (OBOR) สหรัฐฯ ก็แบะๆ ทำอะไรจีนไม่ได้ เพราะจีนฉลาดที่ดึงเอาทรัพยากรทางการคมนาคมโบราณซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของตนมาเป็นตัวตั้ง เส้นทางสายไหมที่จีนนำมาเป็นหลักเพื่อใช้ต่อยอดนั้น เกิดก่อนสหรัฐฯมากมายหลายพันปี เก่าแก่จนสหรัฐฯ ไม่มีความชอบธรรมที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์

เส้นทางสายไหมทั้งทางบกทางทะเลซึ่งมารวมเป็นแถบเดียวกันนี้ กินพื้นที่ทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา OBOR นี่แหละครับที่จีนสามารถจะใช้เตะสหรัฐฯออกจากวงโคจรมหา-อำนาจเบอร์ 1 ทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างช้าๆ

แม้ว่าเส้นทางสายไหมใหม่จะวิ่งไปในพื้นที่ของ 64 ประเทศ แต่ผู้อ่านท่านครับ ที่เราฟังจากการแถลงของหวัง อี้ ทำให้ทราบว่าจะมีตัวแทนจากมากถึง 110 ประเทศ เข้าประชุมการประชุมสุดยอดเส้นทางสายไหมในเดือนหน้านี้

ในวันแถลงงานการประชุมสุดยอด หวัง อี้ ไม่พูดถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลียแม้แต่คำเดียว อาจจะเป็นเพราะ 3 ชาตินี่เป็นคอหอยลูกกระเดือกกับสหรัฐฯ ตอนที่จีนเป็นแม่งานตั้ง AIIB ก็ญี่ปุ่นนี่แหละครับ ที่ออกมาค้านจีนตามสหรัฐฯ แถมยังบอกให้ชาติต่างๆ หันไปใช้บริการของธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียเพิ่มขึ้น

อุปสรรคอย่างหนึ่งในงานการประชุมสุดยอดที่จะจัดในเดือนหน้านี้ก็คือประธานาธิบดีปูตินออกมายืนยันแล้วว่าข้าไปร่วมแน่นอน ทำให้หลายประเทศในทวีปยุโรปลังเล เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบพฤติกรรมของปูตินจากกรณีซีเรียและไครเมีย

ผู้อ่านท่านคงจะนึกออกนะครับ ว่า 2 ปีที่แล้ว จีนจัดสวนสนามครั้งใหญ่เพื่อฉลองการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง 70 ปี ทั้งที่สงครามโลกเป็นความหายนะร่วมกัน ทำให้บางประเทศตัดสินใจไม่ไปร่วมงาน และแสดงความไม่สบายใจที่ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางไปร่วมงาน

แม้ว่าสิ่งที่จีนปฏิบัติในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ อาจจะทำให้หลายประเทศอึดอัดคัดใจ

แต่เรื่องเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นสิ่งที่นานาประเทศอ้าแขนรับครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

 

Leave a comment