ทรัมป์เฟอะฟะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 25 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921352


นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง…คุณลักษณะที่พึงประสงค์” รับใช้ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ศพก. เขต 4 จำนวน 183 คน 13.00-16.00 น. อังคารวันนี้ ที่โรงแรม เจริญธานี จ.ขอนแก่น

การเป็นผู้นำประเทศที่ไม่ทราบประวัติศาสตร์ บางครั้งจะมีคำพูดคำจาเฟอะฟะที่นำความขัดแย้งระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นได้นะครับ ถ้าเป็นผู้นำประเทศเล็กอย่างบูร์กินาฟาโซ โตโก รวันดา บุรุนดี ฯลฯ ก็คงไม่มีปัญหาอย่างใด แต่ถ้าเป็นผู้นำประเทศใหญ่ มีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก การไม่รู้ประวัติศาสตร์เป็นภัยอย่างยิ่ง

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนไปเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปเยือนแล้วก็มีการคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งกับประธานาธิบดีทรัมป์

ตั้งแต่คุยกับนายสี นายทรัมป์ก็มีพฤติกรรมและคำพูดเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เที่ยวให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ฉบับโน้นฉบับนี้เหมือนกับจะอวดว่า ตนเองมีความเชี่ยวชาญทางด้านจีนเป็นเอกอุ

นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอนัลว่า “ท่านทั้งหลายก็ทราบใช่ไหมว่า มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีมาแล้ว และก็มีสงครามเกิดขึ้นนับจำนวนไม่ได้ และโดยแท้ที่จริงแล้ว เกาหลีเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน” ทรัมป์พูดประโยคนี้เพราะต้องการจะอวดคนอเมริกันในเรื่องที่แกกำลังแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยทรัมป์ผูกจีนเข้ากับเกาหลีเหนือว่า ตามประวัติศาสตร์ เกาหลีเคยเป็นดินแดนของจีนมาก่อน มีความผูกพันกันสูง ดังนั้น การที่ต้องการให้เกาหลีเหนือกระทำหรือยับยั้งการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง สหรัฐฯก็ต้องคุยกับจีน

ผู้อ่านท่านที่เคารพ ดินแดนต่างๆ บนคาบสมุทรเกาหลี แม้ว่าจะมีความใกล้ชิดกับจีน แต่เป็นความใกล้ชิดที่ได้รับอิทธิพลทางการเมืองและวัฒนธรรมมาเท่านั้น จากประวัติศาสตร์ที่เราเคยอ่านกัน จีนพยายามมากมายหลายครั้งที่จะเข้าไปยึดเกาหลี แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จนะครับ จีนจึงไม่เคยปกครองเกาหลี มีแต่เพียงบางช่วงเวลาที่เกาหลีส่งเครื่องบรรณาการให้จีนเท่านั้น

เรื่องที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์วอลสตรีทเจอนัลทำให้คนเกาหลีโกรธมาก ถ้าทรัมป์พูดถึงประเทศเล็กๆ ที่ผู้คนมีวัฒนธรรมอ่อนหรือ soft culture ก็คงจะไม่มีผลกระทบ แต่คนเกาหลีเป็นพวกวัฒนธรรมแข็งหรือ hard culture แม้แต่คนเผ่าพันธุ์เดียวกันยังไม่ยอมกันเลยครับ ยังต้องแบ่งเป็นเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

ทรัมป์จึงเละตุ้มเป๊ะในสายตาของคนเกาหลีใต้ ทรัมป์โดนด่าว่าเป็นไอ้พวกไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไอ้พวกไร้สาระ หลายคนสงสัยว่าแกเป็นนักธุรกิจใหญ่มาได้ยังไง เพราะแม้ประกอบอาชีพนักธุรกิจ ก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์อยู่บ้าง

ตอนนี้กระแสคนเกาหลีพุ่งเป้าไปที่นายสี จิ้นผิง เพราะนายทรัมป์บอกว่านายสีได้เล่าอะไรให้แกฟังมากมายหลายอย่าง และสิ่งที่แกเอามาให้สัมภาษณ์นี้ก็เป็นการถ่ายทอดการสนทนาระหว่างตัวแกเองกับนายสี

คนเกาหลีใต้หวาดระแวงจีนอยู่แล้วนะครับ บรรพบุรุษเกาหลีต้องเสียเลือดเนื้อต่อสู้กับคนจีนเพื่อปกป้องแผ่นดิน หากนายสีเล่าให้นายทรัมป์ฟังอย่างนี้จริง ผมว่านี่เรื่องใหญ่ครับ ความขัดแย้งของ 2 ประเทศก็คงจะบานปลายขยายผลไปอีกหลายเรื่อง

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศก็ขุ่นข้องหมองใจกันในเรื่องที่เกาหลีใต้ยอมให้สหรัฐฯติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในบรรยากาศชั้นสูงหรือ THAAD เพื่อใช้สกัดจรวดที่ยิงมาจากเกาหลีเหนือ กรณี THAAD ทำให้จีนไม่ชอบเกาหลีใต้ถึงขนาดมีผลกระทบต่อธุรกิจของคนเกาหลีใต้ในแผ่นดินจีนเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ นายทรัมป์มีจดหมายเชิญนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ

นายเหวียนคงจะกำลังนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่านายทรัมป์จะเอาเรื่องที่นายเหวียนจะพูดกับแกไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับใด และข้อความที่จะให้สัมภาษณ์นั้น คนอ่านจะรับได้หรือเปล่า?

นายทรัมป์อาจจะเฟอะฟะขนาดให้สัมภาษณ์ว่า ในอดีตฟิลิปปินส์เคยเป็นของเวียดนามก็ได้.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

 

Leave a comment