ชาวนานครพนมหนีแล้งหันปลูกข้าวโพด ฟันรายได้กว่าแสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/257696

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 15.34 น.

23 ก.พ.60 นายพรประเสริฐ ศรีอารักษ์ ชาวนาบ้านนาคอกควาย หมู่ที่ 2 ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า ตนเองและภรรยามีที่นาอยู่ประมาณ 6 ไร่ โดยในทุกๆ จะมีการปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง แต่ในระยะหลังๆ ต้องเจอกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นจึงพยายามหาพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยมาปลูกทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง โดยได้เลือกเอาการปลูกข้าวโพดหวานมาปลูกในพื้นที่ เพราะมีการประกันราคาจากบริษัท ซึ่งอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 23 บาท อีกทั้งทางบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนให้ตั้งแต่ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี และยาป้องกันแมลง แต่เราจะต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ในการปลูกข้าวโพดหวานตลอดระยะเวลา 4 เดือน

สำหรับขั้นตอนการปลูกก็เริ่มตั้งแต่ หลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จ จะตัดฟางข้าวแล้วไถกลบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน เพื่อตากดินให้แห้ง จากนั้นก็มายกร่องแปลงข้าวโพดประมาณ 1 ฟุต ก่อนที่จะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่ทางบริษัทให้มาลงปลูกในแปลง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 – 1.5 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจะมีทั้งเมล็ดพันธุ์ตัวผู้และตัวเมีย โดยจะใช้วิธีการปลูก 1 ต่อ 6 แถว คือเมล็ดพันธุ์ตัวผู้ 1 แถว สลับกับเมล็ดพันธ์ตัวเมีย 6 แถว เพื่อที่ว่าเมื่อข้าวโพดโตเต็มวัยแล้วเกสรของต้นตัวผู้จะปลิวมาผสมพันธุ์กับไหมของต้นตัวเมียได้อย่างสมบูรณ์ นั่นหมายถึงการที่เราจะได้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ส่วนน้ำที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงต้นข้าวโพดตนเองจะสูบมาจากคลองส่งน้ำของหมู่บ้าน มาจ่ายตามร่องน้ำเฉลี่ยอยู่ที่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ซึ่งแต่ละเดือนจะเสียค่าไฟฟ้าประมาณ 150 -200 บาท และเมื่อครบกำหนดเก็บเกี่ยวทางบริษัทจะออกมารับซื้อในราคาที่ตกลงกันไว้

โดยในปีที่มาผ่านตนเองมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท แต่ปีนี้คาดว่าจะได้มากกว่าเดิมอีกเกือบเท่าตัว เพราะเริ่มรู้วิธีการดูแลรักษาป้องกันไม่ให้ข้าวโพดเสียหาย ตลอดจนการตกแต่งยอดข้าวโพดเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้น รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตที่มีการนำเอาลำต้นข้าวโพดไปเลี้ยงวัวและควาย จากนั้นนำมูลที่ได้มาใช้ในแปลงนาร่วมกับส่วนใบของข้าวโพดที่มีการไถกลบเพื่อเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นทุกปี

นอกจากนี้ตนเองและภรรยายังมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้รับประทาน และปลูกดอกดาวเรืองไว้ข้างๆ แปลงข้าวโพดเพื่อจำหน่ายอีกด้วย ซึ่งแทบจะไม่ต้องดูแลอะไรมากมายเพราะได้ทั้งปุ๋ยและน้ำจากแปลงข้าวโพดอยู่แล้ว ทำให้ในทุกๆ วัน ตนเองมีรายเสริมในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 300 บาทต่อวันเลยทีเดียว

 

Leave a comment