ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/256672
ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันสำปะหลังเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก เนื่องจากสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี เช่น ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง โรคและแมลง ถึงแม้ประเทศไทยจะมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมาก แต่ปัญหาที่พบคือ ยังมีผลผลิตต่อไร่และประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ดังนั้นการเพิ่มผลผลิตของมันสำปะหลังจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตทั้งด้านพันธุ์และการเขตกรรมที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผลผลิตและคุณภาพของมันสำปะหลังมีความแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม พันธุ์และการจัดการ การผลิตมันสำปะหลังที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งข้อมูลของพื้นที่นั้นๆ ช่วยในการสนับสนุน ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเฉพาะพื้นที่และต้องมีกระบวนการในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สามารถขยายผลวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อว่า จากนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต้องการสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร ซื้อปัจจัยการผลิตและจำหน่ยผลผลิตร่วมกัน โดยเชื่อมโยงกับตลาดรับซื้อ และที่สำคัญต้องการให้มีการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ภายใต้การบูรณาการภาครัฐและเอกชน โดยในปี 2560 จังหวัดนครราชสีมามีเกษตรแปลงใหญ่
มันสำปะหลังครอบคลุมพื้นที่ 12 อำเภอ จำนวน 16 แปลง มีพื้นที่รวม 33,488 ไร่ มีเกษตรกร 1,534 ราย เข้าร่วมโครงการ
ดังนั้นเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าวในปี 2560 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 จัหวัดอุบลราชธานี กรมวิชาการเกษตร ได้บูรณาการกับสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมาและกลุ่มคลัสเตอร์มันโคราช ร่วมกันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังตลอดห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบการทำงาน “โคราชโมเดล” ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่มันสำปะหลัง อำเภอหนองบุญมาก ที่มีพื้นที่รวม 2,816 ไร่ เกษตรกร 98 ราย จัดทำแปลงต้นแบบที่บูรณาการผลงานวิจัยด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ด้านพันธุ์ การจัดการดินและปุ๋ย การจัดการน้ำ และการอารักขาพืช โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมจัดทำแปลงต้นแบบ จำนวน 12 ราย รายละ 5 ไร่ พื้นที่รวม 60 ไร่ เพื่อให้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังตลอดห่วงโซ่การผลิต ระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคเอกชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลรูปแบบการดำเนินงานและเทคโนโลยีการผลิตสู่พื้นที่เกษตรแปลงใหญ่มันสำปะหลังทุกแปลงของจังหวัดนครราชสีมาให้สามารถเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ลดต้นทุนการผลิต ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมเฉพาะพื้นที่ ปรับเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีที่เรียกว่า สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง (Smart Farming) ตอบสนองนโยบายประชารัฐ มุ่งเป้าพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังแบบบูรณาการเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน
รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวสรุปว่า เป้าหมายของโครงการนี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้ได้ร้อยละ 20 ในขณะเดียวกันจะลดต้นทุนการผลิตลงร้อยละ 20 เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ จะให้กลุ่มเกษตรกรมีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงานตลอดห่วงโซ่การผลิตไม่น้อยกว่า 2 กลุ่ม มีเครือข่ายการเรียนรู้ของเกษตรกรในทุกพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่มันสำปะหลังในจังหวัดนครราชสีมา และที่สำคัญ จะขยายผลรูปแบบการดำเนินงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่พื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา ให้ครอบคลุมพื้นที่ 33,488 ไร่