ดันโมเดล‘ไร่อ้อยพอเพียง’ขึ้นเวทีโลก 40ชาติปลื้มผลการประชุม‘อ้อย-น้ำตาล’นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/257267

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดประชุมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลนานาชาติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลนานาชาติ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 5-8 ธันวาคม 2559 ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก โดยที่ประชุมได้ให้ความสนใจประเด็นการทำไร่อ้อยแบบพอเพียง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย เพราะทำให้เกษตรกรรายเล็กสามารถอยู่รอด และสามารถเป็นผู้ส่งออกระดับโลกได้

นอกจากนี้ในการประชุม ทุกประเทศที่เข้าร่วมยังได้ชื่นชมการจัดงานที่ทำได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน ทั้งการจัดนิทรรศการ การจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบเจรจาธุรกิจ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์ ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ด้านวิชาการที่มีผู้ส่งผลงานมาร่วมงาน 267 เรื่อง ทำให้นักวิชาการและนักวิจัยรุ่นใหม่มีโอกาสนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น สร้างความสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายกับนักวิจัยระดับโลกที่เข้ามาเพื่อต่อยอดในการสร้างงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคต และที่สำคัญตัวแทนผู้ส่งผลงานจากประเทศไทย 10 คนได้รับคัดเลือกให้รับรางวัล Best Papers และ Best PostersAward จาก 4 สาขาได้แก่ สาขาการเกษตรสาขาชีววิทยา โรงงาน และผลิตภัณฑ์พลอยได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยของไทยได้เรียกร้องผ่านทางเวทีประชุมดังกล่าว ให้ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนงานวิจัยมากขึ้น เพื่อให้งานวิจัยเกิดประโยชน์กับการพัฒนา สามารถขยายผลนำมาปฏิบัติได้จริงดังเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่การพัฒนาอยู่บนฐานข้อมูลที่ได้มาจากงานวิจัย ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

ด้าน นายกิตติ ชุณหวงศ์ นายกสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความสำคัญในการจัดงานประชุมครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำในเรื่องอ้อยและน้ำตาลของไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อ้อยประเภทต่างๆ การจัดการดินและน้ำภายใต้ทรัพยากรที่จำกัดไปจนถึงใช้เครื่องจักรขนาดเล็กสำหรับเกษตรกรรายย่อย และโรงงานน้ำตาลในยุคใหม่ ที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการนำผลผลิตอ้อยทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ โดยไม่มีส่วนใดเหลือทิ้ง ตลอดจนการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน และการควบคุมการผลิตด้วยระบบจีพีเอส นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดตลาดให้
ผู้ประกอบการอ้อยและน้ำตาลของไทยมีโอกาสนำเสนอสินค้าออกสู่สากลมากขึ้นอีกด้วย

การประชุมครั้งนี้ยังได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรของไทยได้เข้าชมงาน ทำให้ได้รับรู้และรับทราบเทคโนโลยีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำมาใช้ปรับปรุง พัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการสร้าง Economic Impact และแสดงให้เห็นว่า จ.เชียงใหม่ สามารถเป็น MICE City ได้ อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ถูกเลือกให้จัดงานในระดับ InternationalCONVEX ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้าน International Congress และ Trade Exhibition ได้อีกจุดหมายหนึ่งนอกเหนือจาก กรุงเทพมหานคร การประชุมดังกล่าวยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านนักท่องเที่ยว เพราะจะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ก็จะนำเรื่องราวของประเทศไทย สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ไปเชิญชวนให้ประชาชนในประเทศของเขาเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น” นายกิตติกล่าว

Leave a comment