ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/257140
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยว่า ศัตรูพืชในประเทศไทยมีความหลากหลาย และสามารถทำลายพืชผลทางการเกษตรได้ตลอดปี หากไม่มีการป้องกันกำจัดที่เหมาะสม จะทำให้ผลผลิตเสียหาย ประเทศไทยจึงยังจำเป็นต้องนำเข้าสารเคมีเพื่อใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งกรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการนำเข้าและขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรดังกล่าว โดยปัจจุบันมีการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรไปแล้ว 9,534 ทะเบียน และยังคงมีคำขอขึ้นทะเบียนที่รอการพิจารณาอีกกว่า 4,300 รายการ โดยคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย มีหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนหรือไม่ ดังนี้
1.ให้ความสำคัญกับการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มวัตถุอันตรายที่มีความปลอดภัย ได้แก่ สารสกัดจากธรรมชาติ สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช และกลุ่มสารเคมีที่ใช้ในพืชอาหาร มีข้อมูลความเป็นพิษน้อยตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 2.เป็นสารเคมีที่มีความจำเป็นต้องใช้แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ในกลุ่มแรก โดยใช้ข้อมูล
การประเมินความเสี่ยงอันตรายและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้โดยปกติ คณะอนุกรรมการกำหนดให้มีการประชุมเดือนละ 2-3 ครั้ง โดยพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนจำนวนครั้งละ 50-90 คำขอ ซึ่งคณะอนุกรรมการจะพิจารณาจากข้อมูลพิษวิทยา ผลการทดลองประสิทธิภาพ และผลการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ ซึ่งสารในกลุ่มที่มีความเป็นพิษต่ำผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องยื่นแผนการทดลองประสิทธิภาพ เพื่อทดลองในพืชและศัตรูพืชที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียน โดยมีนักวิชาการจากกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบความถูกต้องของแผนการทดลอง รวมทั้งควบคุมการทดลองให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อผลการทดลองเสร็จสิ้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำผลการทดลองให้ผู้ควบคุมให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนำไปใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย โดยวัตถุอันตรายทุกชนิดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจะต้องใช้ผลการทดลองที่ทำภายในประเทศเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนแล้ว มีความเป็นพิษสูงและตรวจพบสารพิษตกค้างในผลิตผลทางการเกษตรสูงเกินค่าความปลอดภัยบ่อยครั้ง คณะทำงานดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังจะพิจารณาเพื่อจัดเข้ารายการวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังและอาจจำกัดการใช้ แต่หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ก็จะเสนอจัดเข้าเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งห้ามผลิต นำเข้า และมีไว้ในครอบครองต่อไป นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร โดยเฉพาะสารในกลุ่มเฝ้าระวังโดยจำกัดปริมาณการนำเข้า
“ในความเป็นจริงแล้วการที่มีการพิจารณาให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มีสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดเดียวกันจะทำให้การผูกขาดทางด้านการตลาดของรายเดิมลดลง อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีทางการเกษตรจะต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมโรงงานผลิต ร้านค้าจำหน่าย และให้คำแนะนำการใช้ที่ถูกวิธีต่อเกษตรกรด้วย” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว
