ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/256173
วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก
สังคมการเรียนรู้ทุกวันนี้สามารถสืบค้นข้อมูลและศึกษาได้จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่การเรียนรู้ที่แหล่งความรู้เคลื่อนที่เข้าหากลุ่มผู้เรียนนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน ครูและประชาชนได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ในคราวเดียวกันนั้น หาได้ยาก อาทิตย์นี้ได้ตามการจัดงานวัฒนธรรมศาสนา วิทยาศาสตร์ สร้างโอกาสให้เด็กจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมและมูลนิธิเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันจัดทุกปี โดยหมุนเวียนไปจังหวัดต่างๆ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๑๗ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในวันที่๘-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา

เมืองอุตรดิตถ์ในอดีตนั้น เป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ มีที่ราบลุ่มอันเกิดจากดินตะกอนจากแม่น้ำน่านจึงทำให้เป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและประกอบกสิกรรมมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานว่ารอบตัวเมืองอุตรดิตถ์นั้นมีร่องรอยการเคลื่อนไหวและการตั้งถิ่นฐานของแหล่งชุมชนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุมากกว่า ๒,๐๐๐ ปี โดยสำรวจพบเครื่องมือหินขัดและโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านบุ่งวังงิ้วซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามตำบลบางโพ-ท่าอิฐ และการค้นพบกลองมโหระทึกสำริด, กาน้ำและภาชนะสำริดที่ในเขตตำบลบางโพ ตามริมแม่น้ำน่านนั้นมีท่าน้ำสำคัญ ๓ แห่ง คือ ท่าเซา ท่าอิด และท่าโพธิ์ ที่บอกถึงความสำคัญและเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยที่ขอมปกครองดินแดนนี้ตั้งแต่พ.ศ.๑๔๐๐ ท่าอิด นั้นคือ บริเวณท่าอิฐบนและท่าอิฐล่างปัจจุบัน ท่าโพธิ์ คือ บริเวณวัดท่าถนน ตลาดบางโพ เนื่องจากมีต้นโพธิ์มาก มีคลองไหลผ่าน เรียกว่า คลองบางโพธิ์ (เพี้ยนมาเป็นบางโพ)และท่าเสาคือ บริเวณตลาดท่าเสา อันเป็นกลุ่มชนสุโขทัยดั้งเดิมที่ใช้กลุ่มภาษาไทยกลุ่มเมืองในแคว้นสุโขทัย เช่นเดียวกับชาวสุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร เช่นเดียวกับกลุ่มคนในตำบลทุ่งยั้ง บ้านพระฝาง เมืองพิชัย บ้านแก่ง และบ้านคุ้งตะเภา เป็นกลุ่มคนแคว้นสุโขทัยเดิมเช่นเดียวกัน สมัยอยุธยานั้นประวัติศาสตร์เมืองนี้มีเรื่องเมืองสวางคบุรีและชุมนุมพระฝาง มีบุคคลสำคัญที่รู้จักกันดีคือ พระยาพิชัยดาบหัก บุคคลตัวอย่างความกล้าหาญในการสู้รบและความซื่อสัตย์ที่ไม่ยอมเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย สมัยพระเจ้าตากสิน ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้นท่าอิฐและท่าเสานับเป็นท่าค้าขายที่มีความเจริญทางการค้าในภาคเหนือ และภาคกลาง ซึ่งรวมถึงเชียงตุง เชียงแสน หัวพันทั้งห้าทั้งหก สิบสองปันนาสิบสองจุไทยด้วย เมื่อแควน่านเปลี่ยนทางเดิน จึงทำให้หาดท่าอิดมีพื้นที่เปลี่ยนแปลงเป็นหาดท่าอิดล่าง ท่าอิดเดิมเรียกว่าท่าอิดบน ท่าอิดล่างนั้นยังคงเป็นศูนย์การค้าสำคัญของภาคเหนือมาตลอดจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ด้วยเหตุนี้สินค้าพื้นเมืองและภูมิปัญญาโบราณโดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรมของเมืองนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ในปีพ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานนามเมืองท่าอิดไว้ว่า “อุตรดิฐ”แปลว่า “ท่าน้ำแห่งทิศเหนือ” ซึ่งมีการเปลี่ยนเป็น“อุตตรดิตถ์” และ “อุตรดิตถ์” ในปัจจุบัน ด้วยพระองค์ทรงให้ความสำคัญว่าเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายของแถบภาคเหนือตอนล่าง หรือเมืองท่าที่ตั้งอยู่ปลายเหนือสุดของการควบคุมด้วยอำนาจโดยตรงของอาณาจักรนั่นเอง สำหรับแหล่งโบราณสถานที่สำคัญนั้นมีแหล่งโบราณคดีเวียงเจ้าเงาะ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระธาตุทุ่งยั้ง เป็นต้น ซึ่งในอดีตนั้นได้มีการศึกษาใหม่ว่า เมืองนี้น่าจะเป็นเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง ผู้ร่วมคิดกับพ่อขุนบางกลางหาว สถาปนาแคว้นสุโขทัยเป็นอาณาจักรของคนไทย นอกจากนี้ยังมีแหล่งเหล็กน้ำพี้ บ่อแสนขัน ที่ใช้สร้างดาบรบกู้ชาติบ้านเมือง และอาหารพื้นถิ่นแห่งเดียวคือ หมี่พัน ข้าวหลามลับแล แล้วยังมีทุเรียนหลงลับแล ที่ใครต่อใครหลายคนใคร่ชิมลิ้มรส แม้จะราคาแพงก็ตามไม่ต่างกับความงามของสาวเมืองลับแล ที่ชวนให้ใครต่อใครอยากพบเธอนั่นแหละ


