ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/256650
วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ตลาดแรงงานไทย ขาดแคลนจริงหรือ?
กล่าวถึงทีไรมักได้ยินข่าว “2 มุม” ด้านหนึ่ง “ผู้ประกอบการ” มักบอกว่า “ขาดคน” จนหลายกิจการต้องนำเข้า “ต่างด้าว” มาทำงานแทนคนไทย เพราะ “ค่าแรงถูกกว่า-ได้งานมากกว่า” แต่อีกด้านหนึ่งกลับปรากฏว่าคนไทย “ตกงาน” นับแสนคนนี่จึงเป็นเรื่องที่ดู “ลักลั่น” ไม่น้อย
จากสิ่งที่เกิดขึ้น “วาไรตี้ แนวหน้า” สอบถามไปยัง “เจน นำชัยศิริ” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้ความว่าแรงงานใน “ภาคอุตสาหกรรม” ขาดแคลนจริง แต่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานประเภท “ช่างฝีมือ” (Technician) เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหามานานแล้ว เนื่องจาก “นโยบายการศึกษา” เน้นส่งเสริมที่“สายสามัญ” แทนที่จะเป็น “สายช่าง”
“ทักษะที่เราต้องการไม่ใช่ระดับปริญญา แต่เป็นช่างฝีมือระดับ ปวช.-ปวส. ตอนนี้เราแก้ปัญหากันอยู่ เรื่องการศึกษาแบบทวิภาคี การเรียนที่บูรณาการกับการทำงาน หรือทางฝั่งวิศวกร มีที่ปรับหลักสูตรเพื่อให้ตรงกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น” ประธาน สอท. กล่าว

เช่นเดียวกับ “อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่กล่าวว่า ปัจจุบัน “ภาคการท่องเที่ยว” ของไทย เติบโตแบบ“ก้าวกระโดด” แต่ผลิตบุคลากรไม่ทัน แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะร่วมมือกับหลายหน่วยงานในการสร้างแรงงานภาคการท่องเที่ยวที่พร้อมทั้ง “ปริมาณ-คุณภาพ” ทว่า…
“ความต้องการอยู่ที่หลักแสน แต่ผลิตได้แค่หลักพันหลักหมื่น ขาดทั้งฝั่งบริหารและฝั่งปฏิบัติ ภาครัฐจึงควรผลักดันนโยบาย จะทำอย่างไรให้มีแรงงานไทยเพียงพอ สอดคล้องกับธุรกิจภาคท่องเที่ยวและบริการที่โตวันโตคืน” ประธาน สทท. กล่าว
นั่นเป็นมุมของ “แรงงานฝีมือ” (Skill Labour) ที่ขาดแคลนเพราะระบบการศึกษา “สร้างคนไม่ตรงกับงาน” แต่ในอีกมุม “แรงงานไร้ฝีมือ-กึ่งฝีมือ” (Unskilled-Semi Skill Labour)ก็ขาดแคลนเช่นกัน ดังจะเห็นว่าในหลายอาชีพต้องนำเข้าชาวต่างด้าวมาทำแทน ตั้งแต่ระยะแรกๆ เช่น ประมง ก่อสร้าง แม่บ้าน
จนมาถึงระยะหลังๆที่เริ่ม “ลาม” ไปยังอาชีพอื่นๆ อาทิ “เด็กปั๊ม-เด็กเสิร์ฟ” หรือพนักงานขายของหน้าร้านตาม “แผงลอย” ซึ่งบางอาชีพ “อ่อนไหว”ในประเด็น “ความมั่นคง” และตามกฎหมายกำหนดให้เป็น…


“อาชีพสงวน” ของคนไทย!!!
ประเด็นนี้ “ชาลี ลอยสูง” รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) อธิบายว่า เหตุที่งานหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานระดับล่าง และบางประเภทถูกเรียกว่า “งาน 3 D” คือ 1.Dirty หรืองานที่มีสภาพการทำงานไม่ค่อยสะอาด 2.Dangerous หรืองานที่ค่อนข้างอันตราย และ 3.Difficult หรืองานที่ใช้กำลังมาก ลำบาก“คนไทยไม่ทำ” เป็นเพราะมองว่างานเหล่านี้ไม่มี “ความมั่นคง” ในชีวิต
“งานร้านอาหาร หรือปั๊มน้ำมัน เป็นงานที่ไม่มั่นคง คนไทยไม่ค่อยอยากทำ จะเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมที่มั่นคงกว่า แต่จริงๆก็มีคนไทยไม่น้อยที่ทำอยู่ เพียงแต่ได้ค่าจ้างต่ำเท่ากับแรงงานข้ามชาติ แล้วคนไทยที่ไหนจะทำ? คือไม่ใช่คนไทยไม่ทำ แต่คนไทยโดนกดดันเรื่องค่าจ้าง คือ รายได้ต่ำสวัสดิการก็ไม่มั่นคงเหมือนเข้าไปอยู่ในโรงงาน” ชาลี กล่าว
รอง ปธ.คสรท. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมีการ “ปล่อยปละละเลย” ให้ผู้ประกอบการหาชาวต่างชาติเข้ามาเป็นแรงงานจำนวนมาก ซึ่ง “เสี่ยง” ต่อความมั่นคง เช่น แรงงานในครัว เมื่ออยู่ไปนานๆจะทำอาหารได้ วันหนึ่งเมื่อกลับประเทศอาจไปเปิดร้าน เป็น“คู่แข่ง” กับร้านอาหารในประเทศไทย นักท่องเที่ยวอาจหันเหไปยังประเทศนั้น แทนที่จะเดินทางมารับประทานอาหาร “ต้นตำรับ” เราก็จะสูญ “เม็ดเงิน” จำนวนมาก
เช่นเดียวกัน…เมื่อ “คุณภาพชีวิต” ของแรงงานไม่ถูกพัฒนา เพราะผู้ประกอบการเคยชินกับ “ค่านิยม” ที่ว่า “เมื่อค่าจ้างสูงขึ้น ก็ลดต้นทุนด้วยการจ้างคนต่างชาติแทน” เพราะยอมรับ “ค่าแรงถูกๆ” ได้ง่ายกว่า วันหนึ่งหาก “ประเทศต้นทาง” มีความพร้อม ชาวต่างชาติพากันเดินทางกลับบ้านเกิดคนไทยเองก็ไม่อยากทำงานดังกล่าวเพราะไม่มั่นคงในชีวิต ทั้งที่อาชีพที่ถูกมองว่า “ระดับล่าง” เป็นตำแหน่งงานที่ “สำคัญ” ไม่อาจขาดแคลน สิ่งที่จะตามมาในระยะยาว คือ ผลกระทบต่อ…


“โครงสร้างเศรษฐกิจ”!!!
“ชาลี” ยกตัวอย่างผู้ประกอบการประมงบางรายที่ยอมเพิ่ม “ค่าจ้าง-สวัสดิการ” ให้ได้มาตรฐาน ทำให้คนไทยกล้า “ลงเรือ” เป็นแรงงานประมง และพบ “ข้อดี” อาทิ 1.ลดปัญหา “ทิ้งงาน”แรงงานไทยเมื่อได้รับค่าแรง “สมกับภาระงาน”ก็อยู่ทำหน้าที่จนครบสัญญา ไม่หนีไปกลางคัน2.พูดคุยง่าย เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน “สื่อสารภาษาเดียวกัน” การสั่งงาน-ประสานงานก็ง่ายกว่า และ 3.แก้ปม “ค้ามนุษย์” ที่ประเทศไทยถูกมองในแง่ลบจากสายตาชาวโลก ทั้งนี้แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ดีกว่าขายสินค้าไม่ได้ หรือ “โดนแบน”
“ผู้ประกอบการประมงบอกว่าพอโดนแบน ส่งปลาออกไปขายไม่ได้มันขาดทุนหนักกว่าอีกจึงหันมาใช้คนไทย ที่แม้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ปลาก็ส่งไปขายต่างประเทศได้มากกว่า รัฐบาลน่าจะไปส่งเสริมตรงนั้น ไม่ใช่ไปส่งเสริมให้ใช้แรงงานข้ามชาติ เพราะเมื่อพวกนี้กลับบ้าน ธุรกิจประมงไทยก็เจ๊ง เพราะไม่มีคนทำงาน ทำไมไม่เอาคนไทยไว้สัก 60-40% หรือ 80-20% ธุรกิจจะได้ไปรอด” รอง ปธ.คสรท. กล่าว
ฟาก “นักวิชาการ” ผู้ติดตามสถานการณ์แรงงานไทยมายาวนาน อย่าง “ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์”ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า การจ้างแรงงานต่างชาติในไทย “ไม่สะท้อนการขาดแคลนจริง”เป็นเพียงความต้องการ “ลดต้นทุน” ให้ต่ำที่สุดเท่านั้น เช่น แม้จะจ้างด้วยค่าแรงขั้นต่ำเท่ากัน แต่หากเป็นแรงงานไทยต้องจ่ายสวัสดิการอื่นๆเพิ่มเพื่อจูงใจ แต่แรงงานต่างชาติอาจไม่เรียกร้องเช่นนั้น นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการ “เคยชิน” กับการใช้แรงงงานไร้ฝีมือราคาถูก ยังทำให้ประเทศชาติ…


“เสียโอกาส” ยกระดับการแข่งขัน!!!
“คนงานต่างด้าวทำให้เราฝังตัวอยู่กับการใช้แรงงานไร้ฝีมือ โดยไม่ปรับปรุงเทคโนโลยี เราล่าช้าไปเป็น 10 ปี ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ต้องมาเร่งทำเศรษฐกิจดิจิตอล ถ้าไม่มีต่างด้าวเลย เขาจะค่อยๆ ปรับตัว ใช้เทคโนโลยีมาแทนคนมากขึ้น จนถึงระดับที่เขาพออยู่ได้” นักวิชาการ TDRI กล่าว
“ดร.ยงยุทธ” กล่าวด้วยว่า หลายอาชีพยังหาแรงงานไทยมาเติมได้ แต่ต้อง “แก้กฎหมาย”ให้เอื้อต่อ “การจ้างงานเป็นรายชั่วโมง” ซึ่งปัจจุบันยังไม่มี ส่วนหนึ่งเพราะกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงานกลัวว่าจะเปิดช่องให้ผู้ประกอบการ เลือกจ้างแรงงานเป็นรายชั่วโมงทั้งหมด จนกระทบต่อคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน
แต่ในความเป็นจริง หากแก้ไขรูปแบบการจ้างงาน มาตรการคุ้มครองต่างๆย่อมต้องถูกแก้ให้สอดคล้องกัน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมค่านิยม “หาเลี้ยงตนเอง” ในหมู่วัยรุ่นระดับอุดมศึกษา เหมือนประเทศพัฒนาแล้วที่เมื่อมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ มักจะ “ไม่พึ่งทางบ้าน” อีกต่อไป
“ทุกวันนี้การทำงานรายชั่วโมงไม่ถูกกฎหมาย ถ้าถูกกฎหมายจะได้ดูแลว่าควรจะได้ชั่วโมงละเท่าไร นี่คือหัวใจที่ทำให้การทำงานเป็นรายชั่วโมงของเด็กๆนักศึกษาถูกปิดไปด้วย เพราะถ้าร้านค้าจะจ้างก็ต้องจ้างเต็มวัน ก็เขามาทำงาน 3 ชั่วโมงแล้วจะไปจ้างเต็มวันได้อย่างไร ตรงนี้ยังเป็นช่องทางให้เด็กคุ้นเคยกับการทำงานเห็นคุณค่าของเงิน ไม่ต้องแบมือขอ” ดร.ยงยุทธฝากทิ้งท้าย
“บทสรุป” ของปัญหาแรงงานไทยขาดแคลน แบ่งได้ 2 ส่วน คือ 1.แรงงานมีฝีมือขาดแคลนเพราะระบบการศึกษา “ไม่ตอบโจทย์” ความต้องการของตลาดแรงงาน และ 2.แรงงานไร้ฝีมือ-กึ่งฝีมือขาดแคลนเพราะผู้ประกอบการมุ่ง “ลดต้นทุน” จนละเลยคุณภาพชีวิตแรงงานในฐานะ “มนุษย์” คนหนึ่ง เมื่อทั้ง 2 สาเหตุมาบรรจบกัน จึงเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ทำให้ทุกวันนี้ “โครงสร้างแรงงานไทย” ยัง…
“ติดหล่ม”!!!
