ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/256937
จากอดีตผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ เงินเดือนเหยียบแสน ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจเทรดดิ้งและธุรกิจก่อสร้างโครงการหลาย
ร้อยล้าน หากไม่เพราะพิษเศรษฐกิจหรือโชคชะตาเล่นตลก ทำให้ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์กลับกลายเป็นสิ้นเนื้อประดาตัว แต่เพราะความเป็นนักสู้ในตัว ทำให้ จีรนันท์ ห้องแซง ไม่เคยมีคำว่าท้อแท้บรรจุไว้ในสมอง ตั้งต้นชีวิตใหม่จากศูนย์สู่การเป็นผู้บริหาร M.A.I Organizer ธุรกิจรับเหมาพื้นที่จัดงานขายสินค้าในศูนย์การค้าฯ มานานกว่า 5 ปี
“เคยเป็น จีเอ็ม บริษัทต่างชาติอยู่ 16 ปี แล้วออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากธุรกิจเทรดดิ้งก่อน แล้วก็มาจับธุรกิจรับเหมา ทำสองอย่างไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจเทรดดิ้งก็ไปได้สวย ก็ไปทุ่มเทให้กับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความประมาทของตัวเอง เห็นว่าเทรดดิ้งมันรันไปได้เราก็ปล่อย ปรากฏว่าเศรษฐกิจซบเซา สต๊อกสินค้าเยอะแต่ขายไม่ออก รับเหมาก็สะดุด ทุกอย่างมันพัง จากเจ้าของธุรกิจกลายมาเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดเปิดท้ายแบบนั้น เจอเพื่อนที่เขาเป็นระดับผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ มาทัก ดิฉันไม่อายนะ เพราะคิดว่าถ้าเราไม่ทำ ไม่หาเลี้ยงตัวเองจะหวังพึ่งใคร ล้มได้ก็ต้องลุกได้ ขายเสื้อผ้าอยู่ได้ 2 ปี เคยไปออกบูธในห้างสรรพสินค้าตามงานต่างๆ ก็เห็นธุรกิจเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า แล้วเอามาขายต่อให้คนมาขายของ มันน่าสนใจ น่าจะมีช่องทางที่เราจะทำได้ ก็ใช้เวลาศึกษาในธุรกิจรับเหมาพื้นที่จัดงานขายสินค้าในศูนย์การค้ากว่า 6 เดือน จนรู้ช่องทางการติดต่อกับศูนย์การค้าและเจ้าของสินค้าต่างๆ จึงได้เข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว”
M.A.I Organizer ตั้งชื่อตามชื่อเล่น “ไหม” ของตนเอง จีรนันท์ บอกว่า เธอเริ่มธุรกิจนี้ด้วยเงินทุนที่ได้จากการกู้เงินนอกระบบรายวัน เมื่อจัดงานได้จึงแบ่งผลกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งไว้เป็นทุน และอีกส่วนหนึ่งนำไปใช้หนี้ จนในที่สุดก็สามารถตั้งตัว และมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นของตัวเอง
“การอยู่ในธุรกิจนี้การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือสร้างเครดิตให้กับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการที่เราเป็นคนโนเนมเข้าไปติดต่อเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าหรูๆ ถึงแม้เราจะเอาเงินไปให้เขาก็ตาม ก็ใช่ว่าเขาจะขายพื้นที่ให้เรา แต่ละงานที่เราไปขายโครงการกับห้างสรรพสินค้าหลักๆ คือโครงการนั้นๆ เหมาะกับภาพลักษณ์ของพื้นที่หรือเปล่า เพราะห้างสรรพสินค้าเขาก็ต้องรักษา
ภาพลักษณ์ตัวเอง โครงการมีความน่าสนใจ โดดเด่นหรือไม่ และงานของเราจะดึง End user หรือผู้บริโภคมาให้เขาได้หรือไม่ อันนี้ก็สำคัญ อีกด้านหนึ่งก็คือ กลุ่มร้านค้าที่เราไปขายพื้นที่ให้เขามาลงงานกับเรา ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้เขาได้ว่าเขามาซื้อพื้นที่เรา แล้วเขาจะขายได้ ไม่ใช่ว่าเราเองรับเงินมาส่วนเขาจะขายได้หรือไม่ได้ ไม่สนใจ แบบนั้นเป็นการตีหัวเข้าบ้าน สุดท้ายคือ
เราเองก็จะไม่รอด”
ในการทำงานใดๆ ก็ตาม ย่อมอาจเกิดปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบงาน จีรนันท์ ยอมรับว่า ไม่มีงานไหนที่ไม่เกิดปัญหา ถึงแม้ว่าจะมีการวางแผนไว้อย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม
“เราต้องเตรียมพร้อมรับมือหาทางแก้ให้ดีที่สุด เราต้องคำนึงถึงห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ฝ่ายที่เป็นลูกค้าของเราคือ ร้านค้าที่มาซื้อพื้นที่ และตัวเราเองในฐานะเจ้าของงาน ต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน เราต้องเดินไปด้วยกันให้ได้ เวลาจะแก้ปัญหาอะไรก็ต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะมีผลกระทบกับใครอย่างไร คือแก้ปัญหาให้ทุกฝ่ายได้รับความพึงพอใจเท่าที่จะทำได้ เพราะสุดท้ายมันคือเครดิตของเรา ถ้าเราทำไม่ดี ห้างที่ไหนจะยอมปล่อยพื้นที่ให้เรา ส่วนร้านค้านี่ถ้าเราดูแลเขาดี เขาก็อยู่กับเรานาน เวลาเราไปจัดงานที่ไหน เขาก็อยากไปกับเรา ถ้าเรารักษาฐานลูกค้าได้เวลาจัดงานอะไรก็สบายไม่ต้องคอยวิ่งหาลูกค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา”
กว่า 5 ปี ในธุรกิจนี้ จีรนันท์ บอกว่า ประเภทสินค้าที่ถนัดที่สุดอยู่ในกลุ่มแฟชั่นและอาหาร และงานตามฤดูกาลหรือเทศกาลสำคัญตลอดปี แต่ในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์นั้นยอมรับว่ายังเข้าไม่ถึง โดยกลุ่มที่น่าสนใจที่เธอกำลังศึกษาเพื่อเจาะตลาดอยู่คือ กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การตกแต่งบ้าน
“ดิฉันจะไม่จับงานที่เราไม่ถนัด แต่ถ้าจะทำอะไรก็ต้องศึกษาธุรกิจก่อน เราจะอยู่กับที่ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเก่งเรื่องสินค้าแฟชั่นและอาหาร แล้วเราก็จะอยู่แค่นี้ ดิฉันชอบอะไรที่ท้าทายความสามารถ ที่สำคัญคือทุกวันนี้มีทีมงานกว่า 40 ชีวิตที่ต้องดูแล บางงานทำไป กำไรไม่ได้เยอะ แต่ก็ต้องทำ เพราะทีมงานก็ต้องอยู่ได้ ตัวดิฉันเองไม่เป็นไร ทีมงานต้องมาก่อน เราอยู่กันแบบครอบครัว ส่วนใหญ่ก็อยู่กันมาตั้งแต่บริษัทยังไม่มีอะไร ฝ่าฟันกันมา มันก็เป็นพลังให้ตัวเองในการทำงานด้วยว่า เราจะหยุดไม่ได้ ต้องครีเอทงานดีๆ ไปเสนอเจ้าของพื้นที่ ไปเสนอลูกค้าให้เขามาซื้อพื้นที่เรา”
ก้าวต่อไปของ M.A.I Organizer จีรนันท์ วางแผนที่จะสร้างทีมงานที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ขยายขีดความสามารถในการจัดงานที่หลากหลายในเวลาเดียวกันได้ โดยมุ่งหวังที่จะรุกคืบการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานในศูนย์การค้าระดับ Hi-End ของประเทศมากขึ้น
“ทุกวิกฤติจะมีโอกาสให้เราเสมอ เพียงแต่เราต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองก่อน ให้คิดว่า ล้มได้ก็ลุกได้ เหมือนกับเธอที่เคยล้มและลุก พลิกชีวิตติดลบ จนค้นพบธุรกิจและงานที่สร้างโอกาสให้กับชีวิตเธออีกครั้ง”
