สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานประกาศนียบัตร พร้อมพระราชทานทุนการศึกษาและรางวัลชนะเลิศกีฬาแก่นักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 78 คน ร่วมประเพณีเข็นรถยนต์พระที่นั่งส่งเสด็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256493

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเสด็จพระราชดำเนินไปยังวชิราวุธวิทยาลัย ในการนี้ทรงวางพานพุ่มและทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ องคมนตรี พลากรสุวรรณรัฐ นายกกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย, ผศ.สุรวุธ กิจกุศลผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย พร้อมด้วย คณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย ครู อาจารย์ บุคลากร และนักเรียนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลถวายตัวปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณในโอกาสที่เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงเป็นองค์ราชูปถัมภกวชิราวุธวิทยาลัย และทูลเกล้าฯ ถวายครุยองค์บรมราชูปถัมภก ณ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังหอประชุมวชิราวุธวิทยาลัยพระราชทานโล่ เข็มเพชร และเสื้อครุย แก่อาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่และทำการสอนสนองพระเดชพระคุณครบตามกำหนดเวลา แล้วพระราชทานประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2558 จำนวน 78 คน และพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี 69 ทุน ตลอดจนรางวัลชนะเลิศกีฬา 7 รางวัล

โอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า “การจัดการศึกษาของวชิราวุธวิทยาลัย นับว่าสมบูรณ์ครบถ้วนทุกด้าน เพราะนอกจากจะอบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีความรู้ มีความคิดจิตใจและความประพฤติปฏิบัติที่ดีแล้ว ยังสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความสามารถ และประสบการณ์ด้วยกล่าวได้ว่า ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ ได้รับการฝึกฝนอบรมให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้ ความสามารถและคุณธรรมความประพฤติ อย่างที่เรียกว่าเป็นทั้งคนเก่งและคนดีได้ ข้อสำคัญการจะเป็นคนที่เก่งจริงและดีแท้นั้น ต้องเป็นผู้ให้ตลอด กล่าวคือไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ในฐานะใดก็ตาม ต้องตั้งตัว ตั้งใจให้มั่นคงหนักแน่นที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานทุกอย่าง โดยยึดมั่นในความดีและความถูกต้องเสมอไป จึงขอให้ทุกคน ทั้งผู้ที่จะออกไปศึกษาต่อและประกอบอาชีพการงานได้รักษาความเก่ง และความดีที่มีอยู่พร้อมทั้งสร้างเสริมให้เจริญงอกงามยิ่งๆ ขึ้น เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะเกื้อหนุนแต่ละคน ให้ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จทั้งในชีวิตและกิจการงานได้แท้จริง”

ทั้งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 78 คนได้ร่วมกันเข็นรถยนต์พระที่นั่งจากหน้าหอประชุมไปถึงประตูทางออก ส่งเสด็จอันเป็นประเพณีที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

ทั้งนี้มีการบันทึกเอาไว้ว่า ประเพณีการเข็นรถยนต์พระที่นั่งส่งเสด็จนี้ เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อล้นเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมางานโรงเรียน ประทับเสวยพระกระยาหารค่ำแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเริ่มเคลื่อนออกจากโรงเรียน นักเรียนต่างพากันวิ่งตามส่งเสด็จ บ้างก็เข้าเข็นรถยนต์พระที่นั่งการครั้งนี้ทำเอาอาจารย์ใหญ่ในเวลานั้น คือ พระอภิรักษ์ราชฤทธิ์ (ศร ศรเกตุ) ที่ต่อมาได้เป็นพระยาบริหารราชมานพผู้บังคับการโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ถึงกับตกใจที่นักเรียนบังอาจกระทำการที่ไม่เหมาะสม รุ่งเช้าอาจารย์ใหญ่ได้ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษแทนนักเรียน แต่เนื่องจากมีพระราชดำริว่า การที่นักเรียนได้กระทำไปนั้น ก็ด้วยความจงรักภักดี ใคร่จะได้สนองพระเดชพระคุณให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายพระเนตร จึงมีพระราชกระแสดำรัสสั่งให้โรงเรียนรักษาธรรมเนียมนี้ไว้ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นักเรียนได้เข็นรถยนต์พระที่นั่งและวิ่งตามส่งเสด็จสืบมาจนถึงปัจจุบัน

Leave a comment